Apirat's profileหุ่นไล่กาPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
|
April 06 ดีมั้ย ?เบื่อ ............ ไม่รู้จะทำอะไร ..............
ไม่มีที่อยู่ ................. ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องอยู่ ............ ไม่มีเหตุผลที่จะอยู่ ......................................
ทุกอย่างมันแก้ไขได้หมดแล้ว มันดีขึ้นแล้ว มันปกติแล้ว ........................................... ไม่มีประโยชน์ที่จะอยู่ที่นี่อีกต่อไปแล้ว ..................................
เอาไงดี ? ไปเลยดีมั้ย ? หรือจะ ..... หลับยาวดีนะเรา ? ........ ทุกวันนี้มันก็ว่างเปล่าอยู่แล้วนี่อะเนอะ ...............
เฮ้อ .......... เอาไงดี ???? คิดไม่ออก .......... หรือจะต้อง .... หลับยาวจริงๆ นะ ?
ดีมั้ยนะ ? May 27 ฝนซัดนกซะสลบ -*-
๐ สกุณาบินสู่ฟ้า ห่อนขลาด ๐ สายฝนหยดสู่เข้า ผืนดิน
April 23 สิงคโปร์รอบที่สามโอ้ .... ได้กลับไปเที่ยวที่สิงคโปร์อีกรอบ ... แต่ว่าคราวนี้เราพาป๊ากับม้าไป (พวกแกเพิ่งไปเป็นครั้งแรก) เพราะที่ผ่านๆ มามีแค่สามพี่น้องโดนปล่อยเกาะให้ไปกันเอง ...
การเดินทางคร้้งนี้คนในกลุ่มเราน้อยกว่าที่วางไว้ เพราะตอนแรกตั้งใจจะพาพวก supplier ไปเที่ยวด้วย แต่ว่าไปๆ มาๆ พากันไม่ยอมไปกัน (แปลกมั้ย ? ทั้งที่ไปก็ไปฟรี) สุดท้ายเลยเหลือแค่ไม่กี่คนได้แก่ เบิด เบ้น ป๊าม้า ป้ารีย์ พี่เปี้๊ยกเปลว แล้วก็องดิ่ง (คุณตาดิ่งนั่นเอง) สิริรวมแล้วเป็นแปดคนพอดีพอดิบ
เราออกเดินทางกันในวันที่สิบสามเมษายนเลย เป็นวันสงกรานต์พอดี โดยออกจากขอนแก่นตอนเช้า (ซึ่งไอ้เบ้นก็เพิ่งกลับบ้านพอดี มัวแต่ไปเที่ยวอยู่) ไปขึ้นเครื่องที่สุวรรณภูมิโดยสายการบิน Swiss Air โดยคณะทัวร์ online tour ... ขอบอกว่าบริการได้เชี่ยมาก ... (แต่ไกด์ฟรีแลนซ์ที่ไปกับเราอะ เค้าดีมาก แต่คนที่ดูแลลูกค้าที่สนามบินของบริษัททัวร์นี้ควรเอาไปเฝ้าห้องส้วมนะ) เพราะสภาพแรกที่เราเห็นเค้าคือ ผู้ชายผมยาว กางเกงเดฟ เสื้อเชิ้ตสีดำ หน้าเก๊ก ท่าทางเก๊ก รองเท้าหนังหัวแหลม เจาะหูเต็ม สะบัดผมไปมา ทำตัวเป็นร็อกเกอร์ ตามกางเกงก็มีสายเหล็กระโยงระยาง ... เอาน่า . ... อย่ามองคนแค่ภายนอก เพราะว่าหลายคนที่เค้าเป็นแบบนี้แต่สุภาพนิสัยดีก็เยอะ ... แต่ไม่ใช่เลย ของจริงมันไม่ใช่เลย ! พอมันเดินมาเข้ามาที่กรุ๊ปทัวร์ มันก็พูดเหมือนมันเป็นเจ้านายพวกเรา ตอนที่ยื่นพาสปอร์ตคืนพวกเราก็เรียกแต่ชื่อ "อภิรัตน์" "อภิศักดิ์" "ทวี" "อาทัศนัย" "ภาวินี" ฯลฯ .... ทั้งๆ ที่เราเป็นลูกค้ามัน และพ่อแม่ป้าและตาเราก็แก่กว่ามัน แต่มันกลับเรียกแต่ชื่อเฉยๆ ไม่มีคำว่า "คุณ" นำหน้าแต่อย่างใด อีกทั้งการเรียกของมันยังเรียกแบบเก๊กๆ เหมือนว่าตัวเองเตรียมขึ้นเวทีแทนฮิเดะแห่ง X Japan ที่ตายไปซะงั้นน่ะมึง ! พอแม่เราเข้าไปถามกับมันเรื่องรายละเอียดต่างๆ .... ท่ายืนของมันก็ทุเรศมาก ... คือเป็นการยืนมองหน้าเอียงคอแล้วก้มมอง (เพราะมันสูงกว่าแม่เราเยอะ) และมือข้างนึงก็เอาหนังสือไกด์พัดตัวเองไปมา ยืนทำท่าเหมือนตัวเองเป็นดาราญี่ปุ่นที่มีคนมาขอคุยด้วยอย่างนั้่นล่ะ .... (แต่ขอโทษที หน้าตามึงเหมือนพวกพม่าอพยพไปขายแรงงานแถวเขมรอะ ยิ่งบวกกับการแต่งตัวแบบเจร๊อกแบบผิดๆ เข้าไปด้วยแล้ว .....ยิ่งทำให้มันดูไม่จืด .... ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเมื่อบวกพฤติกรรมสั่วๆ ของมัน)
พล่ามมานาน ... สรุป ... ONLINE TOUR มีพนักงานที่สันดานมากครับ ... ผมไม่พอใจอย่างแรง
ต่อๆ ขอข้ามชอตไปที่เดินทางไปสิงคโปร์ดีกว่า
เราเดินทางประมาณสองชั่วโมง ก็ไปถึงสนามบินชางฮี วันแรกที่ไปถึงก็ไม่มีไรมากได้กินข้าวเย็น (เพราะไปถึงก็หกโมงเย็นแล้ว) ก่อนที่จะไป night safari ดูนั่นนี่นิดหน่อย ก็ไปนอนที่โรงแรม bencoolen หรือไงนี่ล่ะ ... ชื่อประมาณเนี่ย ลืมแล้ว
วันที่สอง ตื่นมาก็ไปตะลอนเที่ยว เจอนั่นนี่นู่นมากมาย ไปดูสวนนกจูล่ง สำหรับเราก็เหมือนเดิม มากี่ทีก็เหมือนเดิม แต่ป๊าม้า ก็สนุกสนานกันใหญ่ แต่อาม้าดูโชว์ไปก็หิวไป เราเลยต้องไปซื้อลูกชิ้นที่แพงที่สุดในโลกมาให้กิน (แพงจริงๆ ให้ดิ้นตาย สี่ลูก เจ็ดสิบบาท) เอาวะ ไม่อิ่มก็ต้องอิ่มกันล่ะคราวนี้ !!!
หลังจากนั้นเราก็ไปที่เกาะเซ็นโตซ่า ระหว่างทางมันต้องขึ้นกระเช้าไป ... ฮ่าๆๆๆๆ คงไม่ต้องบอกนะว่าอาป๊าจะเป็นยังไง ... นิ่งสนิทเลย ..... แกกลัวความสูงคร้าบ !!! ยิ่งพอไปถึงที่เกาะเซ็นโตซ่า เค้าพากันไปนั่งหอชมวิวสูงๆ อีก แกก็ยิ่งนิ่งสนิทเลยทีนี้ !!! แป่วๆ ฮ่าๆๆๆ แต่ว่าแกได้ปล่อยแก่ ก็ไอ้ตอนที่เค้าให้ไปเล่น Luge นี่ล่ะ ... สนุกดี จริงๆ มันก็เป็นไอ้รถเลื่อนเหมือนบ้านเรานั่นแล .... ไหลปรื๊ดๆ ไป ให้คนแก่ได้ปล่อยแก่ซะหน่อย หลังจากที่เราไปชมหุ่นขี้ผึ้ง และพิพิธภัณฑ์ความเป็นมาของสิงหปุระเค้า .... (ปกติ มันจะมีหุ่นที่คอยแกล้งคน โดยทำให้คนตกใจ ซึ่งคราวนี้เบิดกับเบ้นไม่ตกหลุมพรางแล้วครับพี่น้อง .... แต่ว่านะ .... พอมาคราวนี้มันเสือกเอาคนจริงๆ มาเก๊กเป็นหุ่นปนๆ กันด้วยนี่สิ ... หลอนจริงๆ ให้ดิ้นตาย)
หลังจากนั้นพวกเราก็รอเวลาเพื่อไปชมน้ำพุดนตรี Songs of the Sea ซึ่งมันเปลี่ยนใหม่ มันทุบที่เก่า แล้วย้ายมาโชว์ที่ใหม่ เปลี่ยนโชว์ใหม่หมด ... แจ่มไปเลย สวยดีครับ
คืนนั้นหลังจากกลับมาถึงห้องพัก พวกเราก็ตะลอนเดินเที่ยวเมืองยามราตรี ไปเดินดูนู่นนี่นั่นยามค่ำคืน เห็นร้านรวงมากมายหลากหลาย เดินซื้อ เดินดูไปเรื่อย ก่อนที่จะกลับเข้านอนกัน
แต่ว่า ..... คืนนั้นเบ้น พี่เปี๊ยก และพี่เปลว ออกมาเที่ยวครับพี่น้อ่ง ... มานั่งเล่นที่บาร์ของโรงแรม สักพักมีแม่ป้าคนนึงมานั่งด้วย แล้วป้าแกก็พาสามหนุ่มไปปล่อยที่ออร์ชาร์ด (ปล่อยเฉยๆ นะ แล้วป้าแกก็กลับบ้าน ป้าแกเป็นคนดีจริงๆ พามาเที่ยว เพราะแกเห็นเปนคนไทยเหมือนกัน) สามหนุ่มก็สนุกเลยทีนี้ .... แต่พี่เปี๊ยกบอกว่า "กูสะท้อนใจ" แกบอกว่าผับที่นั่นมันก็จะมีสาวๆ มาขายปนๆ ด้วย .... บางคนเนี่ยคราวแม่เลย เดินว่อนไปร่อนมา.... แกบอกว่า ตอนแรกไปที่ชั้นแรกของผับก็คนเยอะ สาวๆ ที่มาก็หน้าตาดีอยู่ แต่หลังจากที่แกกับเดอะแก๊งค์กลับมาจากชั้นสองเท่านั้นล่ะ ... เหลือแต่คุณป้าคราวแม่เลยทีนี้ ... แล้วพวกป้าๆ ก็ชอบเดินมาสีๆ คุณพี่เปี๊ยกซะด้วย .... ฮ่าๆๆๆๆ น่าสงสารแกเนอะ
คืนนั้นสามคนนั้นกลับโรงแรมด้วยความไม่สวัสดิภาพ เพราะเบ้นทำเป๋าตังค์หาย ... !!! ไม่รู้ไปสะเพร่าทำหล่นที่ไหนยังไง !!!
เช้าวันที่สาม ตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงีย พากันไปนั่งเรือชมเมือง ก่อนที่จะไปไหว้เจ้าแม่กวนอิม (ซึ่งอาม้าไปถามเสี่ยงทายแล้วไม่ได้ดั่งใจ เลยมาพาลอาละวาดใส่ลูกๆ ซะงั้นน่ะ ฮ่าๆๆๆๆ) และเค้าก็พาเราไปปล่อยที่ออร์ชาร์ด .... เดินซื้อของพอหอมปากหอมคอ... โดยเจ้าเบิดกับเจ้าเบ้นก็แยกกันออกไป เพราะว่าคนอื่นๆ เค้าเดินกันไม่ไหว เราสองคนเลยโซโลเองเลย พอกลับมาอีกที ก็ได้เวลาขึ้นรถกลับแล้ว ซึ่งอาม้าบ่นเซ็งเล็กๆ เพราะว่าแกจะแอบซื้อนาฬิกาให้อาป๊าแต่ว่าเราไม่อยู่ดูให้ แกเลยไม่กล้า ... แหม้ เรือนนั้นสวยซะด้วย น่าเสียดายแฮะ
สุดท้าย เราก็ได้กลับกัน .... เดินทางแบบนี้มันก็เหนือยอยู่นะเนี่ย ตะลอนๆๆ อย่างเดียว ใช้ร่างกายซะคุ้มเลย พอกลับมาถึงเมืองไทยก็หลับเป็นตายบนรถตู้จนถึงขอนแก่น ^____^ ฟรี้ zzZZZ
March 26 I'm no dictionary !ก็นะ ... ก็เข้าใจความลำบากของคนอื่นอยู่เหมือนกัน แต่ ผมไม่ใช่ดิคชั่นนารีนะคร้าบ แต่ละคนนะ .... ให้แต่งประโยคนั่นนี่ให้มั่งล่ะ ... แปลบทความให้มั่งล่ะ ... บางคนเป็นรายงานมาเลย T___T เอะอะๆ ก็ถามผมอยู่คนเดียว .... ไม่ว่าจะเป็นคำว่าอะไร ศัพท์แขนงไหน ผมก็ต้องรู้หมด -*- โดยเฉพาะไอ้ศัพท์เฉพาะทางเนี่ย !!! ไม่ว่าจะทางการแพทย์ วิศวะ การช่าง เกษตร การเงิน กวี ปรณัม หรือแม้แต่ จิตวิญญาณ ฯลฯ ใครมีปัญหาคำศัพท์ก็ถามมาแต่ผม .... ฮ่วย !!!! ผมก็เป็นคนนะ ไม่ใช่ดิคชั่นนารีเดินได้ อย่างน้อย ผมก็ยังกินข้าวเป็นอาหาร ไม่ใช่ดิคชั่นนารี !!! งึดๆๆๆๆๆ March 11 ถ้วยฟูเศร้าอีกแล้ว ...
ไม่มีถ้วยฟูอีกแล้ว
เข้าบ้านมาไม่มีหน้าหมามารอเราอีกแล้ว
ทำไมวะ ? ทำไมจู่ๆ ก็ไปวะ ? ไม่เป็นโรค ไม่เป็นอะไรเลย .. .
กูเซ็ง .... กูรักของกูมากๆ เลยนะเนี่ย
แม่ง ... ถ้วยฟู ...
February 21 Againขอบคุณป๊ากับม้า ถึงได้มีวันนี้อีกรอบ อีกครั้ง
มันไม่ใช่วันที่ยินดีว่าได้เกิด แต่ว่า เป็นวันที่น่ายินดี ที่ได้มีชีวิตรอดมาอีกปี
วันนี้ ปีนี้ มีอะไรเพิ่มเติมขึ้นมากมายกว่าที่ผ่านๆ มา
มันมากมาย แต่บางอย่างก็ขาดหาย แต่ว่าอย่างไรก็ตามแต่ ... มันก็สบายใจ มันเข้าใจมากขึ้น
ขอบคุณสำหรับทุกๆ ความรู้สึกที่ดี ทุกความรัก ความหวังดี สายสัมพันธ์ สายใย และ อะไรบางอย่าง ที่อาจจะไม่สามารถกล่าวมาเป็นคำพูดได้ ที่ทุกๆ คนได้ให้มา
วันนี้ก็ได้เติมเต็มไปอีกครั้ง อีกรอบ .... อาจจะขาดไป "บางอย่าง" แต่ก็ไม่เป็นไร
ขอบคุณครับ ดีใจที่เป็นคนโชคดีที่ได้ความรู้สึกเหล่านี้มา ....
แล้วจะตอบแทนกลับไปเช่นกันครับ
I love you all, all of my all.
February 15 ค่าโง่โถ่ !!!
เมื่อวานก่อนไปย่ำต๊อกแถวๆ พารากอน เลยแวะไปซื้อสายดาต้ากับตัวชาร์จของวอร์กแมนที่ทำหายในช็อปโซนี่
ก็ไปถามราคาว่าเท่าไหร่ พี่ที่ชอปบอกว่า ไอ้ตัวชาร์จมันราคา 790 บาท ส่วน ไอ้สายดาต้าน่ะราคา 941 บาท สิริรวมแล้วก็ 1731 บาท ไอ้เราก็อืม ก็ทำไงได้ ก็จำเป็นนี่หว่าก็ต้องซื้อล่ะ .. ไม่งั้นก็ต้องทิ้งวอร์กแมน
แต่ว่าที่ร้านมันดันมีแค่ตัวชาร์จ ส่วนไอ้ดาต้าเคเบิลน่ะต้องสั่งเอา พี่แกบอกว่า อาทิตย์นึงถึงได้ ไอ้เราก็คงรอไมได้ เพราะไม่ไดเป็นอยู่ที่นั่นซะหน่อย เลยบอกพี่แกไปว่า เราน่ะไม่ได้อยู่ที่นั่นนะ เป็นเด็ก ตจว. พี่แกก็เลยถามว่าอยู่ไหน พอบอกว่าอยู่ ขอนแก่น พี่แกก็บอกว่า "อ้อ ขอนแก่นก็มีศูนย์นะ ไปสั่งที่นั่นก็ได้"
โอเค เราก็เลยซื้อมาแค่ตัวชาร์จอย่างเดียว แล้วกลับมาสั่งดาต้าเคเบิ้ลทีหลังเอา
มาวันนี้ ก็ไปสั่งเลยครับ ที่ศูนย์โซนี่ขอนแก่น ....
"พี่ครับ สายดาต้าเคเบิ้ลของวอร์กแมน A3000 น่ะครับ"
"อ้อ ต้องสั่งนะคะ .... เดี๋ยวเช็กราคาก่อน ... ......... อ้อ ... มันจะมาพร้อมกับตัวชาร์จนะ ...... ราคาตัวชาร์จ 550 บาท แล้วสายดาต้าก็ 450 เบ็ดเสร็จก็ 1000 พอดีค่ะ"
......... หน้าไอ้เบิดตะลึงอย่างแรง !!!!
"ห๊า อะไรนะพี่ .. มันราคาเท่าไหร่นะ ? (ซึ่งพี่แกก็ย้ำให้ฟังอีกทีว่าราวๆ พันนึง) อ้าว แล้วมันตัวเดียวกันกับของผมแน่นะ ? มัน A3000 นะพี่" (ก็ยังเกรงว่าพี่แกคงดูมาผิดรุ่น)
ก็ถามไปถามมา ซักไปไซ้มา เลยได้รู้ว่า ... ถ้าสั่งที่พารากอนจะแพงกว่าอย่างนี้แล .. ไม่ใช่ว่ามันเป็นพารากอนหรอก .... แต่ว่าถ้าสั่งที่ชอป ราคามันจะสูงกว่า เพราะมันจะมีแพคเกจให้ มีนู่นนี่ที่สวยงามกว่า (ซึ่งกูก็คงไม่ได้กะเอากล่องมันมาขึ้นหิ้งบูชาหรอก)
เท่านั้นไม่พอ พี่แกยังบอกว่า ถ้าเป็นอุปกรณ์ปรินเตอร์ ถ้าซื้อที่ช็อปจะราคา 6000 บาท แต่ว่าถ้าซื้อกับพี่แก ที่ศูนย์น่ะ .... จะแค่ 3000 บาทเองครับพี่น้อง !!!!
สรุป ไอ้เบิดเสียค่าโง่ไปเลย T_____T ดีนะ ว่ายังไม่ได้ซื้อหมดทุกชิ้น ไม่งั้นช้ำใจกว่านี้แน่ๆ T____T
เลยอยากป่าวประกาศให้พี่น้องผองเพื่อนได้รับรู้ว่า ถ้าจะซื้ออุปกรณ์อะไหล่ ให้ไปถามศูนย์ก่อนที่จะไปซื้อที่ช้อปมัน ไม่งั้นอาจจะชีช้ำกะหล่ำปลีอย่างผมได้ T__________T
กูมันโง่ January 15 การลาจาก
January 13 ฝันได้คุยโทรศัพท์กันแบบบังเอิญ .... เพราะทางนั้นคิดว่าได้คุยกับเพื่อนเรา ... แต่จริงๆ แล้วเป็นเราต่างหากที่ได้รับสาย
เลยได้คุยกัน .....
ช่องว่างที่มีมันหายไปไหนหมดไม่รู้
รู้แค่ว่า ..... คุยกันได้สนิทใจเหมือนเดิม
ไม่มีใคร ไม่มีคนอื่น ..... มีเพียงเราในห้วงนั้น
เหมือนว่าไม่เคยมีช่วงเวลาที่หายไปเลย
และก็จะได้เจอกันในเย็นวันนั้น ......
คุยกันนานจริงๆ นะเนี่ย ..... สบายใจ ..... ยิ้มตลอดเลย
และก็รู้ว่าอีกฝ่ายก็ไม่ต่างกัน ........
แต่ก็อีกนั่นล่ะ ...... รู้สึกตัวอีกที ก็ตื่นแล้ว
ช่างเป็นฝันที่ดีจริงๆ ..... เหมือนจริงเป็นที่สุด ..... เมื่อคืนฝันดีที่สุด ..... จดจำได้ทุกคำพูดที่ได้คุยกัน ...... ทำเอายิ้มไปทั้งวัน และก็มีความสุขไปทั้งวัน
ถ้ามันเป็นจริงได้ ....ชีวิตคงได้รับการเติมเต็มไปอีกจุดหนึ่ง
November 10 เพิ่งรู้ว่าร้ายเพิ่งรู้ตัว ว่าตัวเองร้าย มีคนกลัว ไม่กล้าขัดใจ
คนที่รู้จักเราเพียงผิว เค้ากลัวเรา ... มองว่าเราร้าย เอาแต่ใจ ... ไม่ฟังคนอื่น ...... ..... ไม่แคร์คนอื่น
อืม ..... คนเราคงไม่สามารถทำถูกใจคนทุกคนบนโลกนี้ได้หรอก ... แต่ว่า เราก็จะพยายามทำให้คนรอบตัวเรามีความสุขมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ก็แล้วกัน
แต่ก็นะ ... เพิ่งรู้จริงๆ ว่า คนอื่นๆ เค้ามองเราเป็นคนแบบไหน ...... นี่เราร้ายขนาดนั้นเลยหรอ ? เค้ากลัวเราขนาดนั้นเลยหรอ ? เราเคยจองเวรใครไหมหนอ ?
คงต้องใช้เวลาอีกนาน เพื่อจะเปลี่ยนมุมมองเหล่านั้น จากคนที่เราแคร์
เพราะว่าแคร์ เบิดถึงใส่ใจ เบิดถึงคิดมากอยู่อย่างนี้
เฮ้อ
ไอ้เบิดเองก็อยากให้มีคนบังคับ ขัดใจ แล้วก็ไม่ฟังเบิดเหมือนกันนะ .... ขัดใจกันหน่อยได้มั้ย ? (แต่ขอเพียงแค่มีเหตุผลมาคุยกันก็พอ) ไม่ใช่เงียบไปแล้วบอกว่า "เบิดไม่ฟังใคร" ... ก็ไม่มีใครพูดให้เบิดฟังนี่นา
แล้วเบิดจะฟังใครได้ยังไงหรอ ?
October 22 หัวหิน ... 3วัน2คืน 17-19 ตค 2550สืบเนื่องจากว่าน้องชายสุดที่รักของผมต้องไปฝึกงาน ... จึ่งได้เลือกไปทำที่หัวหิน .... (ไม่รู้คิดอะไรของมันนะ ถึงเลือกไปที่นั่น ???) โรงแรมที่มันเลือกไปทำก็คือ "ดุสิตหัวหิน" ว่างั้น
แน่นอนว่าครอบครัวแสนดีของผมจึงได้ไปส่งมัน เพราะว่าต้องขนของไปเยอะแยะมากมายจริงๆ โดยทริปนี้มีน้าใหญ่ไปด้วย ฮาตายไปเลย
ทริปนี้เดินทางโดยรถตู้ครับผม พอดีต้องขนของเยอะมากๆ เพราะเพื่อนเบ้นไปอีกสองคน ยิ่งเยอะไปใหญ่ ก็ไปถึงหัวหินราวๆ เจ็ดโมงได้ ก็ไปหาข้าวกินกัน เป็นร้านที่เก่าแก่แล้วล่ะครับ อร่อยดี มีปาท่องโก๋ขายตรงข้ามด้วย อร่อยดี ที่ร้านนี้มีอะไรเยอะแยะมากมายให้กิน พอกินเสร็จก็ไปตะลอนหาโรงแรมครับ โดยมีเงื่อนไขว่า โรงแรมต้องมีสระว่ายน้ำ เพราะว่าป๊ากับม้า ไม่อยากเล่นน้ำทะเลที่นี่เท่าไหร่ เพราะคงแกแล้ว ฮ่าๆๆๆ ไม่หรอกครับ ที่นี่มันสกปรกมากกว่า เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังอีกทีครับว่าสกปรกยังไง
หาไปหลายที่เหมือนกัน ไปวนดูที่นั่น ที่นี่ มากมาย จนกระทั่งไปที่ดุสิต ที่เบ้นมันฝึกงานนี่ล่ะ ง่ายดีเอาที่นี่ล่ะ ปรากฏว่าป๊าก็ลงไปกับน้าใหญ่ ไปถามกันสองคน โดยมีบักเบ้นไปด้วย ก่อนลงไปไอ้เบ้นมันก็บอกว่า ไม่แพงนะที่นี่ แต่พอลงไปถามราคาปุ๊บเค้าบอกว่าเป็นแพคเกจราคา XXXX ก็ว่าไป ปรากฏว่าป๊ากับน้าใหญ่เดินออกมาเลย โดยทิ้งบักเบ้นไว้ ฮ่าๆๆๆๆๆ เบ้นมันหันมาอีกทีคือสองคนนั้นหายไปแล้ว ขำอะ
ก็เลยวนไปที่อื่นๆ ก็ราคาประมาณนี้หมด ก็เลยงงว่าเอ๊ะ ป๊ากับน้าใหญ่ไปถามอีท่าไหนทำไมมันราคาโหดยังงี้ ? ไอ้เบิดก็เลยเอาโบรชัวร์ของ ดุสิตทีได้มามาดู .... ปรากฏว่าป๊ากับน้าใหญ่ไม่เข้าใจคำว่า "แพคแกจ" ซะงั้นน่ะ ฮ่าๆๆๆ แล้วบักเบ้นอีก ... จะฝึกโรงแรมแต่ว่าเสือกไม่รู้อะไรเล้ยยยย แย่จริงๆ
สุดท้ายก็เลยไปที่ โรงแรมดุสิตที่เก่า ... กว่าจะได้ที่พัก นานโคตรเลยอะ วนไปวมา สุดท้ายก็ต้องให้เรากับม้าเป็นคนลงไปจัดการเองเลยทีนี้ ไม่งั้น วันนั้นทั้งวันก็คงไมได้ที่นอนหรอก คงได้นอนวัด
เสร็จปุ๊บก็ไปหาร้านกินอาหารกัน (กินอีกแล้ว) โดยเลือกไปร้านเจ๊เขียวสักอย่าง ที่พี่ตาลบอกมา ว่าอร่อย .... ก็เลยไปกิน อืมก็อร่อยนะ แต่ว่าแม่ค้าพูดมากไปหน่อยอะ เรียกตัวเองว่า "ป้า" อีกต่างหาก ... -*- น้าออยเลยบอกว่า "เฒ่าสิตายห่าอยู่แล้ว" ฮ่าๆๆๆ ปากจัดทั้งตระกูลจริงๆ เรา ....
กินเสร็จก็ตะลอนๆ ล่ะทีนี้ ไปทั่วเลย ไปเดินห้าง เพราะว่าต้องพาเบ้นกับเพื่อนไปซื้อของเข้าห้องพัก เพราะมันไม่มีอะไรเลย หมอนยังไม่มีอะ ทีวีก็ไม่มี อีกสองวันถึงจะได้ ... ถึงจะมีให้เช่า ... ป๊าก็กลัวคุณลูกจะไม่มีอะไรดูจริงๆ เลยจะให้ซื้อใหม่ซะงั้น -*- .... เบรกแทบไม่ทัน เลยได้เช่าไปละกันไอ้น้องรัก ฮ่าๆๆๆ
หลังจากนั้นก็เดินทางไปหาดกัน หาดไรไม่รู้ ไม่รู้ว่าที่นี่มีกี่หาด แต่ว่าหาดที่ผมไป สกปรกโคตรๆ มีม้าด้วย .... มีม้าก็ไม่ว่าหรอก แต่ว่าก็น่าจะเก็บกวาดให้ดีๆ ของเสียของมันน่ะลงทะเลหมด เห็นภาพแล้วรู้สึกแย่ ถังขยะก็ตั้งริมหาด ตรงทรายเลย แย่มั้ย ? กองพะเนินๆ อยู่อะครับ
ก็เลยไปเดินตลาดโต้รุ่งดีกว่า ตรงทางรถไฟแล้วก็เลยไปดูสถานีรถไฟด้วยเลย สวยครับ ชอบๆ เล่นถ่ายไปทั่ว (โดนจ๋าเก็บค่าลิขสิทธิ์ภาพง่ะ)
ก่อนที่จะไปหาอะไรกินกันมื้อค่ำ ซึ่งก็ไปกินที่ร้านเดิมตอนเช้า .... แต่ว่ามันเปลี่ยนเมนูแล้วทีนี้ อร่อยเหมือนเดิม ก่อนที่จะวิ่งหลบฝนขึ้นรถกลับโรงแรมนอน (รู้สึกแปลกๆ นอนคนเดียว )
ตื่นเช้ามาอีกวันก็งัวเงียไปหาอะไรกินที่ห้องอาหาร กอ่นที่จะไปรับเบ้นที่หอพัก ไปเที่ยวที่ชะอำดีกว่าวันนี้ เพราะว่าหัวหินมันไม่ไหวอะ เลยไปนอนเล่นที่ชะอำ ไปซื้อข้าวโป่งกิน ฮ่าๆๆๆ อร่อยเด้อ แต่ว่าโคตรบางอะ ปิ้งไงวะ ? ให้บางงั้น ? ลมพัดทีหักหมด อดเลยตู แล้วก็มีเรื่องฮาๆ อะทีนี้ แบบว่า มีเด็กมาขายของแบบที่เห็นทั่วๆ ไปล่ะทีนี้ .... น้องก็มาพร้อมกับประโยคหากินเลย "พี่คะ พี่คนสวย ซื้อให้หนูหน่อยนะคะ ... ถ้าพี่ซื้อแล้ว หนูจะไม่มากวนใจอีกเลยค่ะ .... สงสารเด็กตาดำๆ เถอะนะคะ " พี่นิว คนขับรถตู้ก็เลยบอกว่า "หนุเก่งจัง ใครสอนเนี่ย ? " น้องเลยบอกว่า "หนูฝึกเองค่ะ ฝึกเสร็จก็ออกมาขายเลยค่ะ" ..... ก็เลยซื้อให้น้องเค้าไปละกัน ในฐานะที่ช่างพูด
หลังจากนั้น ก็มีอีกคนมา แน่นอนว่าประโยคเดียวกันเลยว่า "พี่คะ พี่คนสวย ช่วยซื้อให้หนูหน่อยนะคะ ถ้าซื้อแล้วหนูจะไม่มากวนใจเลยค่ะ หนูรับรอง ถ้าหนูมา หนูจะมาให้พี่กระทืบเลยค่ะ" ... (คนนี้เข้าข่ายมาโซคิสนะเนี่ย) น้าออย ก็เอาเลยครับทีนี้ "อ้าว หนู เมื่อกี๊ก็มีมาคนนึงแล้วนะ เค้าบอกว่าถ้าซื้อแล้วจะไม่มากวนใจ แต่ทำไมหนูยังมาล่ะ ? ไม่ได้อยู่ด้วยกันหรอ ? ทำไมล่ะ ? เนี่ย ทำไมยังมากวนใจ ? " .... โอ้ว น้าออยครับ .... ทำเอาเด็กเอ๋อเลย ... แต่ว่าน้าออยไม่ได้พูดแบบซีเรียสๆ นะ พูดแบบขำๆ หน่อย แต่เด็กมักน็เอ๋ออยู่ดี ไปไม่เป็นเลยทีนี้ .... สุดท้ายก็เลยเดินไปเลย .... -*- น้าออยนี่เด้ดจริงๆ
แล้วผมก็เลยหนีดีกว่า ไปหาเล่นอย่างอื่นดีกว่า ไปเล่นว่าวดีกว่า เห็นมีเครื่องบินขาย แบบเหมือนว่าวอะครับ เลยไปซื้อมาเล่น วิ่งเล่นกับเด็กน้อยแถวนั้นนี่ล่ะวะ ฮ่าๆๆๆ ไอ้เบ้นก็มี คนล่ะลำ (แย่งเด็กๆ เล่นอะ จะทำไม ? ) เล่นตัวดำได้ใจ ก็กลับไปหัวหิน ไปวังครับ ไปเทที่ยวดูวังที่นั่น สวยแบบเรียบๆ ดีครับ ชอบครับชอบ เช่าจักรยานปั่นเล่นด้วย สนุกดี หลังจากนั้นก็กลับโรงแรมไปพัก ไปเล่นน้ำที่โรงแรมต่อ .... ซึ่งก็ไม่มีไรมาก เพราะก็แค่เล่นน้ำอะ ..... จะมีอะไรมากมาย ? แต่ก็มีภาพเด็ดๆ ของน้าใหญ่มา ฮ่าๆๆ ฮาโคตรๆๆ เลย
วันที่สาม ก็ตื่นมา ... ไปส่งเบ้น ร่ำลากัน ก่อนที่จะเดินทางกลับไปขอนแก่น แต่ว่าก็แวะไป อัมพวา ไปดูตลาดน้ำ แตว่าเราไปแต่กลางวันเค้าเลยยังไม่มีร้านค้าเปิดเท่าไหร่ แต่ก็ได้กินขนมจีนในเรือของป้าคนนึงอร่อยมากๆๆ เลยอะครับ ถูกด้วย แล้วก็เช่าเรือไปไหว้พระกัน ซึ่งระหว่างทางไป ก็นะ .... จู่ๆ เรือก็ชะลอ เลยถามคนขับว่า ทำไมหรอ? เค้าเลยบอกว่า ดูนี่สิครับ ดูนี่ .... พวกเราก็หันไปดูกัน โอโห ! ตัวเอี้ยครับ ... ว่ายน้ำมาข้างๆ เรือ ... แลบลิ้นแผลบๆๆ ให้ด้วย (มันคงคิดว่ามันยิ้มหวานมั้งงงงเนี่ย) แล้วมิทราบว่าคนชับเรือจะจอดให้ผมดูหาอะไรเนี่ย ? มันเพื่ออะไร ??? ฮาๆๆๆๆๆ ตลกอะ
พอไหว้พระได้สองวัด ก็กลับกัน เด๋วจะดึกซะก่อน ก่อนที่จะมาถึงบ้านโดยสวัสดีภาพ
ปล. บลอกนี้เขียนแบบกระโดดไปมาหน่อยนะ เพราะว่านี่ก็ดึกแล้วแต่ก็อยากเขียนเพราะเด๋วจะไม่ได้มาเขียนอีก ฮ่าๆๆๆๆ อยากบันทึกไว้ว่า เราเคยไปไหนมาเอาไว้มาอ่านเมือ่แก่ เหอๆๆๆ
October 01 ผิดที่ใคร ? บอกผมทีสวัสดีครับประชาชนผองเพื่อน ? วันนี้กระผมมีเรื่องมาถามความเห็นของประชาชนทุกหมู่เหล่า โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับตัวกระผมเองครับ เรื่องก็มีอยู่ว่า ไอ้กระผม ก็รู้ตัวว่าอยู่ร่อนๆ เร่ๆ มานาน ไม่มีงานทำมาก็หลายเดือน เกรงใจม้ากับป๊ามาเต็มที ก็เลยอยากทำตัวให้ดูดีมีอนาคตโดยการไปสมัครงานครับ ... โดยเลือกไปที่ toyota thailand โดยการสมัครก็เข้าไปทางเว็บไซต์ www.toyota.co.th แล้วก็ดูตรงสมัครงาน .... เค้าบอกว่าให้จองคิวสอบข้อเขียนโดยส่งอีเมล์ไป .... แน่นอนว่าเราก็ส่งไป แล้วก็รอให้เขาตอบรับกลับมา ซึ่งก็โชคดีครับ เค้าตอบรับกลับมา ว่าให้ผมไปสอบข้อเขียนได้ โดยมีเนื้อหาว่า "ให้ไปสอบข้อเขียนได้ที่ สำนักงานใหญ่ 1 โดยมีระเบียบข้อบังคับและสิ่งที่ต้องนำมา ... ดังนี้ .... bla bla bla ก็ว่าไป ....... ผมก็เอ๊ะ ... ? สำนักงานใหญ่อยู่ไหนล่ะทีนี้ ? ก็พอดีในเว็บไซต์มันเขียนไว้ว่า Human Resources Manager Toyota Motor Thailand Co., Ltd. 42 floor CRC Tower, All Season Place, 87/2 Wireless Road, Lumpini, Pratumwan Bangkok 10330 Website : http://www.toyota.co.th Email Address: ems@toyota.co.th Tel. 02386-1000 Fax 02386-1632 อืมมม แน่นอนว่าสำนักงานมันก็อยู่ตรงนั้นนี่นะ เราก็ไปเซอร์เวย์ที่ทางเอาไว้ให้เรียบร้อยไว้ พอถึงวันก็ไปสิครับ ... พอไปถึง ก็ไปหาห้องหับที่ทำการสอบ หานานมาก ไปชั้น 42 เลย ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่บอกว่า "ไม่มีการสอบนะ " ผมก็งงว่าอะไรอย่างไร ???? ก็เลยเช็กข่าวไปมา นานมากๆ คุยข้ามไป ข้ามมา จนได้รู้ว่า เค้าทำการสอบที่ "สำโรง, สมุทรปราการ" !!! ซึ่ง ณ เวลาตอนนั้นผมก็นั่งรถไปไม่ทันแล้วล่ะ ...... จึงได้ประสานงานติดต่อไป ตามเบอร์โทรที่ได้มาในอีเมล์ว่าให้ติดต่อเบอร์โทรนี้นะ ... ปรากฏว่า ไม่มีใครับสาย .... ไม่แน่ใจว่า เพราะอะไร หรือเป็นเพราะว่า เค้าพักเที่ยงกันหรือเปล่า ? แล้วผมจะทำยังไง ? พอดีมีเพื่อนของเพื่อนที่เค้าทำงาน HR ของ toyota พอดี เค้าบอกว่าเด๋วจะดูให้ว่าอะไรอย่างไร .... เย็นวันนั้นผมกลับมาออนไลน์เช็กเมล์อีกรอบ ว่าเราดูผิดอะไรหรือไม่ ....ก็ไม่ผิด เพราะว่าเค้าไม่บอกเราเลยว่า สอบที่ไหน นอกจากคำว่า "สำนักงานใหญ่ 1" เราก็เลยเข้าไปดูเว็บ toyota อีกที (ปกติ ผมจะเข้าเว็บเป็นภาษาอังกฤษครับ) แต่ว่าวันนั้นเข้าเป็นภาษาไทย ปรากฏว่าแทบช็อก เพราะว่า มันอัพเดทเรืองที่สอบ เรื่องการเดินทางพร้อมแผนที่ไว้เสร็จสรรพ ... แต่ว่าที่เว็บภาษาอังกฤษกลับไม่มีบอกอะไรไว้เลย ..... อ้อ แล้วก็ที่เว็บภาษาไทยมันมีที่อยู่ของ HR ด้วยนะ แต่ว่าเป็นที่นี่ ผู้จัดการแผนกว่าจ้าง ฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด 186/1 หมู่ 1 ถ. ทางรถไฟเก่า ต.สำโรงใต้ อ. พระประแดง จ.สมุทรปราการ 10130 E-mail : ems@toyota.co.th ดูเอาเถิด ..... เว็บภาษาไทยกับภาษาอังกฤษข้อมูลไม่เหมือนกัน เว็บไทยมีการอัพเดทข้อมูลให้ แต่ว่าเว็บอังกฤษไม่มีอะไรเพิ่มเติม .... ผมถามว่า ผิดที่ใครครับ ? 1. ผิดที่ผมเองที่ไม่รอบคอบ เข้าเว็บภาษาไทยด้วย .... ไม่ทำการศึกษาว่าสำนักงานมันอยู่ที่ไหนบ้าง 2. ผิดที่โตโยต้า เพราะว่า มันควรจะให้ข้อมูลอย่างเป็นธรรม มีการอัพเดท ... เพราะขนาดที่อยู่ของสองภาษามันคนละที่กันเลย .... หากคอมผมเสีย อ่านภาษาไทยไม่ได้ ก็ต้องเข้าอ่านเว็บภาษาอังกฤษเพียงอย่างเดียว ... แล้วผมจะมีวันรู้ไหมว่าต้องทำอย่างไร เพราะว่าผมก็เป็นเด็กต่างจังหวัด ... ในอีเมล์ก็ไม่มีรายละเอียด เบอร์โทรที่ให้ไว้ โทรไปก็ไม่รับ 3. ผิดทั้งคู่ พอๆ กันรับกันไป คนละ 50/50 ละกัน 4. ไม่มีใครผิดหรอก .... ดวงซวยเอง .... สมน้ำหน้า ! เอาล่ะครับพี่น้องผองเพื่อน เรื่องมันยาวมากๆ แต่ก็อุตส่าห์อ่านจนจบจนได้ ... ขอบคุณครับ แต่ว่าจะขอบคุณมากๆ หากทุกๆ ท่านร่วมแสดงความเห็นว่าใครผิด หรือว่า มีความเห็นส่วนตัวอย่างไร ผมก็ขอรับฟังครับ ..... แค่อยากรู้ว่า คิดกันอย่างไร ^_^ ขอบคุณค้าบบบบบบบบ September 16 กีฬาอนุบาลพระเจ้า .... !
น่ารักค่อดๆ เด็กๆ วิ่งเต็มห้างเลยวันนี้ (15 กย 50)
ไปเดินห้าง ก็เจอ เขาจัดกิจกรรมของเด็ก "กีฬาอนุบาล" เป็นกิจกรรมของตึกคอม โดยให้น้องๆ หนูๆ อนุบาลทั้งขอนแก่นมาแข่งกิจกรรมน่ารักๆ เช่น วิ่งผลัด .... 8 คน ! ฮ่าๆ แบบว่าคิดเอานะ ว่าในห้างมันจะมีที่ว่างอะไรกัน แล้วมันก็เกือบเหยียบกันตายอะ น่ารักค่อดๆ วุ่นวายจริงๆ
มาดูตอนเล่นชักเย่อ ก็พอกัน ..... ลุ้นแทบตาย หลายโรงเรียนมากๆ แข่งกัน เด็กมันน่ารักอะ ใสๆ ลากๆ ดึงๆ พอมันชนะ ก็โดดด๋องแด๋ง แบบว่า มันคงไม่รู้เรืองอะไรหรอก เห็นครูโดด ก็โดดด้วย ส่วนไอ้ทีมที่แพ้ ก็ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร เขาให้มาดึงเชือก ก็ดึ๊งงงงง ไป ไม่คิดไรมาก พอแพ้ เขาก็ส่งออกไปนอกสนาม ... มันก็เดินงงๆ กันออกไป .... น่ารักมากๆ
มันแข่งหลายอย่างมากๆ บางกีฬาก็ไม่คิดว่ามันจะเล่นกันได้ ก็เล่นได้ เช่น ... ฟุตซอล ...... อึ้งเลย เตะได้เนียนมากลูก ! (ดูแล้วมีความสุขมากกว่า Spurs กับ Arsenal วันนี้อีกอะ)
แล้วที่ประทับใจที่สุดก็คือ พ่อแม่ มาเชียร์ลูกๆ นี่ล่ะ
ลองนึกภาพตามนะ ว่า พ่อแม่ก็เกาะรั้วเชียร์ ลูกก็ไม่รู้อะไรหรอก ก็รู้แค่ว่าเพื่อนๆ ทำ ครูบอกให้ทำ พ่อแม่ก็เชียร์ ก็อยากเอาใจ ก็ทำไป ... พ่อแม่ก็ร้องโหวกเหวกเชียร์ข้างๆ สนาม แต่ว่า สายตาที่พ่อแม่มองมานี่มัน .... อบอุ่นจริงๆ นะ ดูแล้วรู้สึกดีมากๆ
มีความสุขที่สุดเลยวันนี้ วันนี้เป็นวันที่ดีที่สุดอีกวันนึงเลย ^_^
เห็นแล้วอยากมีลูกมั่งจัง .............
ปล. น้องคนนึงบอกว่า "เมื่อไหร่จะได้เหรียญทองอะ ?" พร้อมกับทำหน้าอยากรู้แบบเด็กๆ .... โอ๊ย เห็นแล้วอยากหยิกแก้มใสๆ จังวุ้ย
September 15 Be Happy Na Kraaabวันนี้ก็เป็นอีกวันที่ผ่านมา แล้วก็จะผ่านไป มันอาจจะเป็นวันธรรมดา ไม่มีอะไร สำหรับบางคน มันอาจจะเป็นวันที่แสนพิเศษ สำหรับอีกบางคน ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม วันนี้ก็ต้องเป็นวันพิเศษ ของใครสักคนอย่างแน่แท้ .... เพราะงั้นก็ขออวยพรอย่างเงียบๆ ตรงนี้เลยละกันนะ ^^
ขอให้มีความสุขมากๆ ขอให้ดวงดาวเฝ้าดูยามที่นอนหลับ ขอให้ดวงตะวันส่องแสงทางยามเดินทาง ขอให้ฝนตกโปรยปรายเมื่อร้อนใจ ขอให้สายลมมาปัดเป่าความเหนื่อยยาก ขอให้หมู่เมฆได้บังแดดที่ร้อนแรง ขอให้ใบไม้ร้องเพลงให้ฟัง ขอให้ผีเสื้อหยอกล้อให้มีหัวเราะ ขอให้พระจันทร์ยิ้มให้เธอ ขอให้ผืนดินเสริมทุกก้าวย่างให้มั่นคง สุดท้ายนี้ ....... ขอให้สุขภาพแข็งแรง ^_^ August 31 ความคิดทักทาย ตกใจ สนิท ผูกพัน ฝนตก คิดมาก ถวิลหา ไร้เยื่อใย หมดแล้ว สัมผัส วันเก่าๆ ลุ่มหลง ไร้ตัวตน อนาคต เดินจาก เมินหน้า ภวังค์ จมปลัก หนักใจ ท้อถอย ฝันร้าย ยื้มแย้ม หัวเราะ ขับรถ หยอกล้อ ร้องไห้ วันเกิด ประทับใจ เข้าค่าย หนาวเย็น อาบน้ำ อบอุ่น เมืองเลย ล่องแพ เมามาย ใส่ใจ ไร้ค่า สับสน โกรธบึ้ง ง้องอน ไม่เข้าใจ รุนแรง เสียใจ น้ำตา ละทิ้ง เข้าใจ พยักหน้า อำลา ก้าวเดิน ลาจาก พอแล้ว ไม่ลืม
August 23 เกิดจากความรัก : MV เจ๋งๆ เพลงเพราะๆเพลง : เกิดจากความรัก
ศิลปิน : Sevendays
อัลบั้ม : Monday
MV สวยมากๆ ทำดีมากๆ ดูแล้วชอบจริงๆ เพลงก็เพราะ .... ชอบจังแฮะเพลงนี้
August 09 America Once Moreเอ้อออ เพิ่งกลับมาครับ กลับมาจากเมกา (อีกรอบ)
เอานะ ผมก็รู้ว่าพวกคุณจะบอกว่าอะไรกัน "ไอเบิดมันว่างมากหรอ ? บินไปๆ มาๆ ไทยแลนด์อเมริกาอยู่นั่นละ" อะไรทำนองนี้ใช่มั้ย ? ... ผมเองก็อยากบอกว่า ผมเองก็ยัง งงๆ เลยว่าอะไรย้งไงทำไมผมได้ไปแบบนี้วะ ?
อยากบอกว่า การไปครั้งนี้เป็นการไปแบบไม่มีการเตรียมตัวอะไรเลยจริงๆ จู่ๆ ก็ได้บินไป รู้ตัวก่อนบินแค่ 2 วันเท่านั้นเอง .... (บินด่วนดีมั้ยล่ะ ? แทบไม่มีเวลาจัดกระเป๋าอะ)
การไปรอบนั้เพราะอาม้ากับอาป๊าอยากไปน่ะ แล้วจู่ๆ ก็คิดได้ว่าอยากไป ก็เลยพากันไปจองตั๋วโดยไม่บอกใคร พากันไปดูลาดเลาสองคน แล้วก็เดินมาหาเราตอนเช้าในห้องนอนว่า
"เบิด .... ม้าคอนเฟิร์มตั๋วแล้วนะ"
"ตั๋วไรม้า ?" งัวเงียสุดๆ เลยผม
"ไปเมกา ...." ตอบกลับมาเรียบๆ
"ห๊า !!?? " ตาสว่างสิกู
สรุป ... ไอ้เบิดก็ได้กลับไปเมกาอีกรอบด้วยประการละฉะนี้แล ......
การเดินทางไปครั้งนี้ก็ฮาๆ ปาจิงโกะเรื่อยๆ เปื่อยๆ ประสาเรานั่นแล .... ดวงดีอีกตะหาก ... อยากรู้ใช่ไหม ว่าดวงดีอย่างไร ? ....
เรื่องของเรื่องเลย พวกราสามคนก็ไปที่นาริตะ นั่งๆ นอนๆ เล่นๆ เดินซื้อของไปเรื่อยๆ จนถึงเวลาขึ้นเครื่องก็เดินไปที่เกท ..... ก็เจอเจ้าหน้าที่หญิงสาววัยกลางคนชาวญี่ปุ่นคนนึง เธอเห็นพาสปอร์ตเราว่าเป็นคนไทยก็ทักด้วยภาษาที่เราคุ้นเคยแต่สำเนียงไม่ชาชินว่า
"สะหวัดดีก๊ะ" .... เหวอแดกเล็กน้อยเลยไอ้เบิด .... เธอพูดพลางเอาบอร์ดดิ้งพาสใส่เข้าเครื่องฉีกตั๋วอัตโนมัติ เราก็เดินไปๆ กะไปหยิบบอร์ดดิ้งพาสแล้วก็จะไปขึ้นเครื่อง ปรากฏว่ามันดันเออร์เร่อร์อะสิ
"เด๋วก่อนนะก๊ะ" เธอยังคงพูดภาษาไทยสำเนียงญี่ปุ่นกับเราต่อไป เราก็งงๆ ว่าเอ๊ะ เป็นไรอะไรกัน ? เธอก็ดึงเอาบอร์ดดิ้งพาสกลับมาดู พร้อมกับอุทานว่า
"oh ~! it's you" แล้วก็เอาบอร์ดดิ้งพาสผมฉีกทิ้งซะงั้น พลางหยิบอันใหม่ที่เค้าท์เตอร์ข้างๆ ตัวให้ผม
"did i change that ?" เอาล่ะสิ ผมก็งงสิ เลยถามไปว่า ผมไปเปลี่ยนบอร์ดดิ้งพาสตอนไหนกัน ?
"no, but i changed it for you" เธอตอบกลับมาพร้อมกับยิ้มให้ ผมก็งงๆ สิ ว่าอะไรยังไง แล้วเธอก็เอาบอร์ดดิ้งพาสป๊ากับม้าไปฉีกทิ้งแล้วเปลี่ยนให้ใหม่ด้วย
พอผมได้บอร์ดดิ้งพาสอันใหม่มา ก็ดูทันทีว่ามีอะไรเปลี่ยนไป .... ปรากฏว่าที่นั่งเปลี่ยนครับ มันเป็น 11 D จาก 34 D .... เฮ้ย ! ถ้ากูเดาไม่ผิดที่นั่งตำแหน่งนั้นมัน .... มันบิสสิเนสคลาสนี่หว่า !!!
แต่เราก็ยังอุบอิบงุบงิบไม่บอกป๊าม้าเพราะเราก็ยังไม่ชัวร์ จนกระทั่งเดินไปขึ้นเครื่องนะละ ถึงได้มั่นใจว่าเรานั่งตรงนั้นจริงๆ ....
"ม้า ... เรานั่งนี่นะ "
"ตลกแล้ว ไปๆ เดินไป หาที่นั่งเรา" แม่ผมก็ยังไม่เชื่อผม
"จิงๆ ม้า ดูเดะเรานั่ง 11 นี่ก็ 11 ไง"
"ห๊ะ !? " แม่ผมเริ่มอึ้ง แล้วก็ไม่เชื่อ
"อย่ามามั่วนะเบิด" อ้าว .... ผมมั่วที่ไหนกันเนี่ย ? 555+
"เอ่อ ที่นั่งเบอร์ 11 คือแถวนี้ค่ะ" ... แอร์โฮสเตสเดินมาบอกเองเลย ..... อาม้าก็ถึงเชื่อ .... ส่วนอาป๊าน่ะหรอ ? งงไปใบ้กินนานแล้ว ฮ่าๆ
สรุป จับพลัดจับผลูอีท่าไหนไม่รู้ เราสามคนก็ถูกหวยได้นั่งบิสสิเนสคลาสของสายการบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์ฟรีๆ ^_^ เจ๋งว่ะกู ฮ่าๆๆๆ
ปล. การเดินทางจากนาริตะไปโอแฮร์ ผมมั่นใจมากๆ เลยว่าบรรดาแอร์โฮสเตสจะต้องจำเราได้ เพราะว่า ... ป้าม้าพูดปะกิดไม่ได้ ต้องมาถามเราอย่างเดียว กินเนื้อวัวก็ไม่ได้ ต้องให้มันไปเอาอาหารจากเฟิร์สคลาสมาให้อีกตะหาก ฮ่าๆๆ
พอเดินทางยาวนานกว่า 12 ชม. ได้จบลง ก็ไปเจอการรอคิวตรวจคนเข้าเมืองอันยาวเหยียด .... ไอ้เบิดก็กลัวอะสิ กลัวว่าจะไม่ได้เข้าประเทศเพราะว่า ผมเป็นหวัดไง กลัวมันหาว่ามาจากไทยแลนด์แล้วติดหวัดนกมา แล้วจะเอาตัวผมไปกักไว้ .... (ตอนนั้นผมอาการหนักจริงๆ นะ ) .... และแล้วก็ถึงคิวครอบครัวเราเข้าตรวจ ตม.
"hi " สาวผิวดำวัยราวๆ 28 เป็นคนตรวจผมครับ
"hi " ผมตอบกลับ ตามมารยาท
"where you guys from ?" เธอก็ถามว่ากะเหรี่ยงอย่างผมน่ะมาจากไหนวะ ?
"thailand"
"really ? ... oh ! i love thai food ! " โหยตอบมางี้เข้าทางผมเดะ !
"you do ?, yeah i heard that people here like thai food, so what's your favorite ? " ผมเลยชวนเธอคุยเพื่อตีสนิทซะเลย จะได้ไม่ต้องมาสนใจอาการไข้หวัดของผม ฮ่าๆ
"i love basil, coconut milk, curry, ...... i don't recall the name, but i love it ! it's better than sushi, chinesese, any other ... " เธอว่าพร้อมกับทำท่าเคลิ้มฝันว่ามันอร้อยยยย อร่อย "and i also like sticky rice" เธอยังพล่ามพร้อมทำหน้าฝันหวานต่อ (คงนึกหน้าออกนะ เพราะคนดำน่ะ ทำหน้าแบบนี้ได้ชาติเดียวจริงๆ )
"hey you should try our dessert, sticky rice with mango" ยังๆ ผมยังไม่หยุด ยังชวนคุยต่อ
"YEAHHHHHH !!! I LIKE IT, I MEAN I LOVE IT, IT'S GOOD" .... โหย คุณเธอจะโอเวอร์ดูอิ้งไปถึงไหนวะเนี่ย ? (แต่ก็อย่างที่บอกว่าต้องคนดำทำเท่านั้นอาการแบบนี้)
"I tried it with black sticky rice, that's so cool" เธอยังขุดเรื่องพล่ามอีกนานโขครับ แต่ผมก็งง เอ๊ะ ? ทีนี่มีข้าวเหนียวดำขายด้วยหรอวะ ? ข้าวกร่ำน่ะนะ ? เลยถามเธอไป
"wait, there's black sticky rice available here ?, i dont' think so. "
"yeah ! it is, you should try to find there's many thai restaurant here,about a hundred , every restaurant has it's own specialty, you have to find, like i said i'm loving thai food so i know where i can find black sticky rice." เธอพล่ามมาเป็นชุดเลยครับทีนี้
"oh i see, i'll be finding it haha" ผมเลยตอบเอาใจเธอหน่อย
"aha... ah ! and what're you doin' here ? " เอ้า แม่นี่ คุยกันมาโคตรนานเลย เพิ่งจะมาถามว่ากูจะมาทำอะไรที่เมกา .... มัวแต่นอกเรื่องอยู่ได้
"to visit my brother, he's studying here"
"really ? what's his major ? "
"MBA"
"oh and you ?" อ่า ... เธอเริ่มพล่ามถามไม่หยุดแล้ว
"marketing, ^_^ "
"so you have 2 siblings? "
"Nope, we've got another younger bro, he's studying too, business, in thailand"
"WoW !, your parents would have no money left haha" เธอมีการมาหยอกล้อผมอีกแน่ะ ฮ่าๆ
"alright you're set, next .... Papa look at the camera and put your left index here" เธอบอกว่าผมเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับเรียกป๊ะป๋าผมว่า Papa อีกตะหาก ! -*- 5555+ โคตรฮาอะ ก่อนที่จะให้ม้าสแกนนิ้วแล้วก็ถ่ายรูปเช่นกัน
"alrighty, you're all set. you have 6 months here take your time" เธอพูดบอกผม
" oh... but i think i cant' stay that long, 'cuz they (พ่อแม่ผม) have to go back and check on their business in two weeks, they can't leave it for 6 months haha" ผมก็ตอบเธอกลับไปด้วยประสาคนชวนคุย
"oh .... they have a business ??? , what kind of business ????? " เอ้า เอาล่ะสิกู ... อุตส่าห์ตรวจเสร็จแล้ว เสือกดันไปชวนคุยซะงั้นกู
" plastic, we recycle plastic, we take the broken one back from everywhere, and then we melt them, and reform them into new furniture" ผมเลยตอบอย่างง่ายๆ เพื่อจะได้ไม่ต้องคุยยาว -*- (พอแล้ว กูไม่อยากคุยแล้ว เบื่อแล้ว ฮ่าๆๆ)
" wowwwww,,,,, you cool ! that's great .... ! ,,, alright,,, i guess i've to check another-in-line- haha see you "
" aha, you bet, we've been talked such a long time, see you, thanks ! " แล้วผมก็บอกลาเธอมาได้ซะที ......
สรุป การตรวจคนเข้าเมืองมันไม่ยาก ไม่วุ่นวายอะไร .... แต่ว่าที่ช้า ที่นาน ... ก็เพราะมัวแต่คุยกันนี่ล่ะครับพี่น้อง -*- (จริงๆ คุยกันนานกว่านี้นะ แต่ว่าตัดออกบางส่วนเพื่อให้คนอ่านไม่เบื่อ เพราะจริงๆ คุยกันกว่า 10 นาทีแน่ะ ฮ่าๆๆๆ )
พอไปถึงข้างนอก ก็เจอเฮียบอยมารอรับอยู่แล้ว อากาศที่นั่นตอนนั้น วันนั้นกำลังร้อนได้ที่เลย ก็ขับรถจาก O'hare ไปที่บ้านแกก็ราวๆ 30 นาทีได้มั้ง ? ไม่นานเพราะว่ามันขั้น Highway ไปได้ การจราจรที่นั่นค่อนข้างสะดวกสบาย เพราะว่ามีกฏที่แน่นอน มีคนที่เคร่งครัด รถไม่ติดเลย แตกต่างกับประเทศเราจริงจริ๊ง !
ทันทีที่เข้าไปในบ้านก็เจอกับสองหมาตัวแสบ "โซดา กับ ว็อดก้า" เป็นหมาที่แสบที่สุด โซดาเป็นหมาพันธุ์บีเกิล ส่วนว็อดก้าเป็นพันธุ์ยอร์กเชียร์เทอร์เรีย ดูเผินๆ มันก็น่ารักกันหรอกเนี่ย แต่ว่าเอาเข้าจริงๆ มันแสบยิ่งกว่าอะไรซะอีก ฮ่าๆๆๆ
ใช้เวลาตะลอนๆ อยู่ชิคาโกอยู่ราวๆ สี่ห้าวันได้นะ ให้ป๊าม้าหายเหนื่อย โดยก็ตะลอนๆ ในเมือง ไปทั้งดาวน์ทาวน์ ไปตึก Sears (กูไปมา 3 ครั้งแล้วชีวิตนี้ มากกว่าคนชิคาโก้บางคนซะอีก) ไป Shred Aquarium ไปดูสัตว์น้ำกัน จริงๆ แล้วที่ชิคาโกมันมีพิพิธพันธ์เยอะมากๆ 17 แห่งแน่ะ เป็นเมืองแห่ง Museam จริงๆ ให้ดิ้นตาย พ
พอเวลาผ่านไปได้หลายๆ วัน ป๊าม้าก็คงหายเหนื่อยแล้ว เราก็บินไปที่ฟลอริดากัน ไปที่ ออลันโด้ เพิ่อไปเที่ยว ดิสนีย์ กับ ยูนิเวอร์แซล โดยเราก็ได้ไฟล์ทบินตอน 12.05 น. ไอ้เราก็ไปถึงสนามบิน Midway ตอน 11.10 น. ได้ (พอดีเกิดความผิดพลาด เราควรจะได้ออกจาก O'hare แต่ว่าผิดพลาดบางประการเลยได้ไปขึ้นเครื่องที่ Midway แทน) เราก็ว่าพวกเราไปเร็วแล้วนะ ก็เดินๆ ไปที่เค้าท์เตอร Airtran (สายการบินนี้บริการห่วยจริงๆ อย่านั่งเลยนะประชาชน) เจ้าหน้าที่เค้าเตอร์บอกว่า พวกเราไปสายว่างั้น มันบอกว่าเราไปเลท เพราะว่ารถที่จะขนกระเป๋าจาก terminal ไปที่เครื่องบินมันออกไปแล้วว่างั้น เราก็ถามมันว่า
"So ... What you can do for us? "
"nothing, " โหยแม่ง ดูมันตอบ
"if you want to go with this flight you have to leave your baggages" โหยยแม่งไอ้เหี้ยพูดมาได้ แล้วกูจะเอาอะไรไปใส่วะ ?
"or you may be a wait list for next flight, at 3.20 pm." โหย แม่งงงงง จะให้กูไปไหนกว่าจะถึง บ่ายสามยี่สิบ ! แล้วเป็นแค่เวทลิสท์ ไม่ชัวร์อีก + แต่ก็เอาวะ ไม่มีทางเลือกไอ้เชี่ยเอ๊ย แม่ม !
"alright, i'll be right back that time"
แล้วพวกเราก็ไปกินข้าวฆ่าเวลาที่ china town อร่อยโคตรอะ อาหารที่นั่น อยากกินอีกว่ะ ! แม่ม ได้กินครั้งเดียวเอง -*-
พอกินเสร็จเราก็ออกเดินทางไปที่สนามบินเพื่อบินไปจริงๆ ซะที .... โชคดีที่มีที่นั่งให้เราได้ไปด้วย
พอไปถึงออลันโด เราได้ไกด์แนะนำดีๆ อย่าง "นอบแนบ" (เป็นไกด์ทางโทรศัพท์น่ะ โทรถามมันเอาว่าเราควรไปเที่ยวไหนอะไรยังไ เพราะว่ามีเวลาแค่ 4 วัน 3 คืน เท่านั้น)
จากการถามนอบแนบก็ได้รู้ เราพลาดแล้ว เพราะว่าเราควรจะไปให้นานกว่านั้น เพราะว่าแค่ดิสนีย์อย่างเดียวก็ต้องใช้เวลากว่า 7 วันในการเที่ยว เพราะว่ามันกว้างมากกกกกกก มันแบ่งเป็นสวนสนุกกว่า 7 แห่ง โดยมีเป็นเมืองเลย เป็น Disney's Downtown เลย แต่ว่าเรามีเวลาแค่นี้ก็ต้องไปอย่างประหยัดล่ะนะ เที่ยวแบบเร่งรีบสุด ๆ ฮ่าๆ
มื้อเย็นวันนั้นได้ไปกินฟีสครับ (ที่นั่นไม่เรียกบัฟเฟต์ แต่ว่าเรียกว่า ฟีสต์, Feast) เป็นอาหารทะเล ซูชิ ล็อบสเตอร์ ฯลฯ อาม้าคำนวณแล้วว่า จุดคุ้มทุนอยู่ที่กุ้งลอบสเตอร์ 2 ตัว ฮ่าๆๆๆ ไอ้เบิดก็ซัดไปเลยสิ พร้อมกับสเต็ก, ปูอลาสก้า, ซูชิ, หอยต่างๆ ฯลฯ โคตรอิ่มอะ แม่ง
วันแรกของการเที่ยวเลย พวกเราก็ประเดิมกันที่ Universal Studio กัน มันแบ่งเป็นสองส่วนคือส่วนของ Studio กับส่วนของ Adventure เราก็ไปที่ Studio ก่อน ก็แว้บๆ ไปเล่นอะไรหลายๆ อย่าง ดูเมืองจำลอง ได้เข้าไปดู Shrek 4D ซึ่งก็คือเชร็ก แต่ว่ามันเป็นสี่มิติ โคตรมันเลย ภาพแสงสีเสียง แม่มโคตรอลังอะ ชอบโคตรๆ
พอดูเสร็จก็ออกมา เดินย่ำต๊อกๆๆ ไปดู Twister กัน แม่ม เข้าคิวรอนานมาก แต่ว่านะก็โคตรคุ้ม ตกใจหมดเลย เซอร์ไพรส์สัดๆ อะ กูชอบบบบบ แต่ว่านะ ที่ชอบจริงๆ คืออันต่อมา ... Mummy พอดีนอบแนบบอกมาว่า ห้ามพลาดเด็ดขาดเลยอันนี้ ก็เลยไปดู ไอ้เราก็ไม่รู้หรอกว่ามันรุนแรงแค่ไหนอะไรยังไง แต่ก็คิดว่าไม่น่จะมีอะไรมากมาย ก็เลยพากป๊าม้าไปดูด้วย รอคิวนานเชียวล่ะ แต่ว่าพอได้ดูนะ โหยแม่ง มันเป็นรถรางครับ ผสมกับระบบภาพสามมิติ สุดยอดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด เจ๋งสัดอะ แต่ว่าป๊ากับม้าหัวใจจะวายตาย ฮ่าๆๆๆ ไม่ได้ตั้งใจเน่อ ความผิดเฮียบอยคนเดียวนะเนี่ย !
ดูเสร็จป๊าม้าก็หมดแรงเหนื่อยเลย เลยต้องพากันไปกินข้าว ก่อนที่จะพากันไปดู Jaws โหยอันนี้ก็สุดยอด มันจะพาเรานั่งเรือไป แล้วก็มีฉลามโผล่มาไล่ล่าเรา คนขับเรือก็กวนทีนสัดอะ แบบว่าฮาโคตร พากษ์ได้มันจริงๆ ลีลา ท่าทาง หน้าตามันนี่ กินขาดจริงๆ ชอบอะ จากนั้นก็แยกตัวกับป๊าม้าไปเล่น MIB กัน หรือ Men In Black นั่นแล มันก็เป็นการยิงปืนเลเซอร์ โดยนั่งรถรางไป แล้วมีพวกมนุษย์ต่างดาวแอบซ่อนตามดันเจี้ยนให้เรายิงๆ มัน ทำสกอร์ไป มันอีกแล้วอะ ชอบๆ
ถึงจุดนี้ก็เวลาบ่ายแก่ๆ มากแล้ว ได้เวลาอันเหมาะสมที่จะไปปาร์กอื่นได้แล้ว ก็เลยย่ำต๊อกกันออกมา เพื่อนไปฝั่ง Adventure กัน ที่ฝั่งนี้ก็จะคล้ายๆ อันเดิม เพียงแต่ว่ามันจะเน้นอะไรที่หวาดเสียงกว่า ดิบๆ กว่า ที่ฝั่งนี้ก็มีพระเอกคือ Jurasic Park อย่างแจ่ม แต่ว่าเราก็ไม่ได้เข้าไปเล่น ได้แค่มองๆ เข้าไป เพราะว่าเวลาจะไม่เหลือแล้ว ก็ได้เล่น Spider Man ที่นี่ เพราะเป็นอีกสิ่งนึงที่นอบแนบบอกว่า ห้ามพลาดเช่นกัน พอได้เล่นนะ โหยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย แม่มมมมมมมมมมมมม เด็ดว่ะ เจ๋งสุดในวันนั้นแล้วอะ กูชอบบบบบบบบบบ อยากเล่นหลาๆย รอบเลย มันจะคล้ายๆ กับ Mummy + Shrek กล่าวคือ มันจะเป็นรถราง + 4D แบบว่าไม่มีคำบรรยายอะไรแล้วอะ รู้แค่ว่ามันเจ๋งที่สุดในบรรดาเครืองเล่นทั้งหมดที่เคยเล่นมาในชีวิตนี้เลย
พอเล่น + ถ่ายรูปได้หนำใจ ฝนก็ตกเทซัดเทสาดลงมา วุ่นวายมาก เปียกปอนสุดๆ หลบฝนกันมันโคตรๆ เลย ฮ่าๆๆๆ เปียกกันไปข้าง เป็นพายุเลยแฮะ ก่อนที่จะนั่งแทกซี่กลับโรงแรม แล้วก็กิน IHOP ที่หน้าโรงแรม ............. กินแต่ Ihop อะ
เช้าวันต่อมาตื่นขึ้นมาก็กินข้าวที่ Ihop (อีกแล้ว T_T ..) แล้วจึงเรียกแทกซี่ไปดิสนีย์กัน อย่างที่บอก ดิสนีย์ที่นี่ใหญ่มาก มันมีกว่า 7 ปาร์ค เราจึงต้องเลือกว่าจะไปที่ไหน เฮียบอยอยากจะไปที่ Epcot ซึ่งเป็นสวนสนุกที่เน้นโลกอนาคตแล้วก็เรื่องวิทยาศาสตร์ .... เชื่อมั้ยพอเข้าไปถึงแล้วฮาจริงๆ ได้เห็นการทำพลาสติกด้วย เป็นการฉีดผลิตภัณฑ์ เห็นแล้วมันคุ้นๆ นะเนี่ย ? เหมือนๆ ว่าจะเห็นที่บ้านเราเลยนะเนี่ย ฮ่าๆๆๆ เลยบอกให้ป๊าอยู่ดูก่อน เพราะว่าหลายวันมานี้แกห่างหายไปจากเครื่องฉีดพลาสติกไปนานมาก ไม่น่าเชื่อว่าจะมาเจอที่นี่ เลยแซวๆ ว่าให้แกไปดูสิ ไปซ่อมเครื่องสิ 555+
วิ่งเล่นที่ Epcot หลายที่ มีแต่จุดที่น่าสนใจทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นการเล่าเรื่องที่มาของพลังงานว่าเป็นมาอย่างไร โดยได้ Ellen มาเป็นพิธีกร มีการทำสามมิติ + รถรางไปในสตูดิโอที่อลังการมากๆ ย้อนไปโลกดึกดำบรรพ์ มีไดโนเสาร์ มีอะไรมากมายที่เหมือนจริงมากๆ โคตรเจ๋งอะ
ออกมาอีกที ก็ไปที่ๆ จำลองนาซ่าว่าการไปดาวอังคารไปกันยังไง มีการให้เราไปนั่งในแคปซูลเสมือนยานบิน แบบว่าแม่ง โคตรแจ่มอีกแล้ว เหมือนว่าเรากะลังบินไปจริงๆ ภาพเอย มิติเอย ฯลฯ หลายๆ อย่างทำให้รู้สึก้เหมือนว่าเรากำลังขับยานนั่นจริงๆ
ได้ไปนั่งรถที่ทดสอบ .... แบบว่าเขาจะบอกว่า กว่าจะมาเป็นรถน่ะ ต้องทำการทดสอบอะไรมาบ้าง ไม่ว่าจะเป็น เบรก ABS, การขับบนทางลื่น, การทดสอบสมรรถนะต่างๆ ฯลฯ
แน่นอนว่าวันนี้ขณะที่กำลังเดินตลอนๆ ฝนก็ตกอีกแล้ว .... สนุกจริงๆ ฝนตกเนี่ย วิ่งตากฝนไปหาข้าวกินกันที่ Japan Town ... พอดีที่ Epcot มันจะมีเมืองของประเทศต่างๆ จำลองไว้ ไม่ว่าจะเป็น China, Japan, Italy, Russia, Chile, France ฯลฯ เยอะมาก เหมือนเราได้ไปรอบโลกจริงๆ เพราะว่าพนักงานของแต่ละประเทศก็จะเป็นชาวนั้นจริงๆ คือ จำลองได้เหมือนจริง มากๆ
พอฝนหยุดตก พวกเราก็ไปซื้อตั๋วไปที่ Magic Kingdom ซึ่งเป็นอาณาจักรของ Mickey Mouse นั่งรถราง Mono Rail ไปประมาณ 10 นาทีก็ถึง Center โดยเราสามารถนั่งรถรางจาก Center ปาร์คไหนๆ ก็ได้ ทั้ง 7 ปาร์คของ Disney แล้วยังสามารถนั่งเรือ Ferry ไปที่ Magic Kingdom ได้ด้วย แต่ว่าเราเลือกที่จะนั่งรถรางไปเพราะเรือมันจะเสียเวลา
พอไปถึง Magic Kingdom สิ่งที่เห็นตระหง่านเลยก็คือ "ปราสาท" ปราสาทที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของดิสนีย์เลย แจ่มจริงๆ แน่นอนว่าเราก็ถ่ายรูปมา ตะลอนถ่ายรูป เล่นนู่นนี่ ได้ไปส่วนของ Jungle ซึ่งเป็น Theme ที่เหมือนว่าสร้างมาเพื่อรับรอง Tarzan ได้นั่งเรือล่องป่า มันจำลองแอมะซอนมา แล้วยังสามารถพ่วงกับกัมพูชาได้ซะงั้นน่ะ เก่งเกิ๊น แต่ก็เจ๋ง เพราะว่า มีอะไรๆ ให้ดูตลอดทาง สวยงามดี
พอเสร็จก็ออกไปดู Pirate of the Carribean ไปหาดูพ่อใหญ่แจ๊ค สแปร์โรว์ (ผู้ซึ่งเฮียบอยหลอกอาม้าว่า มันคือ แจ๊ค สเปโต ..... ไม่ใช่ดัมมี่นะ) อันนี้ก็น่ารักดี เป็นการนั่งเรือราง ไปตามดันเจี้ยนที่เป็นเหมือนเรื่องราวของ หนังเรืองนี้ มีการใช้หุ่นจำลองตลอดทาง ทำได้เนียนดี ชอบๆ
หลังจากนั้น พวกเราก็เดินทางดูนั่นนี่อีกมากมายในปาร์ค ดูขบวนพาเรดอลังการงานสร้าง ดูสิ่งสวยงามมากมาย โอ้ แจ่มจริงๆ ^_^ พอดูเสร็จพวกเราก็จะกลับกัน เลยเดินออกมาหน้าปาร์ก แล้วก็โทรหาแทกซี่ ที่นี้ล่ะครับ ปัญหาก็บังเกิด !!!
เฮียบอยโทรหาไอ้แทกซี่เพื่อให้มารับ แล้วก็ถามมันว่าจะให้เราไปรอมันตรงไหน มันก็บอกว่า ให้ไปรอตรงที่ๆ รอแทกซี่ พวกเราก็งงๆ กัน เพราะว่าที่ Magic Kingdom มันไม่มีที่รอแทกซี่นี่สิ ก็เลยถามแทกซีว่าจะให้นั่งเรือหรือโมโนเรลไปรอที่ Center มั้ย เพราะว่าที่นี่มันไม่มีที่รอแทกซี่เลย แต่ว่ามันกลับบอกว่า
" no, just stay right where you are. "
พี่เราก็เลยพาพวกเราไปจ่อมกัน แต่ก็ไม่รู้จะรอที่ไหนเพราะว่า มันไม่มีที่รอแทกซี่นี่หว่า เพราะว่า ที่ๆ รอได้มันต้องกลับไปที่ Center โดยนั่งเรือไม่ก็นั่งโมโนเรลไป แต่ก็นะ เชื่อมันก็ได้ เลยไปรอที่ขึ้นรถบัสแทน หมายเลข 18 เฮียบอยเลยโทรไปบอกมันว่ารอมันอยู่ที่รถบัสหมายเลข 18 นะ แล้วก็บอกมันว่า ที่ Magic Kingdom น่ะ แทกซี่มันเข้ามาไม่ได้ซะหน่อย แต่ว่ามันก็ยืนกรานว่าให้รอที่นั่นล่ะ ......
สรุปเราก็รอมันกว่า 30 นาที ซึ่งตอนนั้นก็ห้าทุ่มกว่าแล้ว เหนื่อยโคตรๆ เพราะว่า มาเที่ยวตั้งกะ 11 โมงเช้า จน ห้าทุ่ม มันวน 12 ชมแล้วนะเนี่ย !!! แต่แล้ว แทกซี่ก็งี่เง่าหายไปไหนไม่รู้
สุดท้ายมันบอกว่า มันน่ะ วนรถหลายรอบแล้ว แล้วหาว่าเราไม่อยู่เอง มันเริ่มหยาบคายกับเราอีกตะหาก -*-
ผลเป็นไงหรอ ? เฮียบอยก็ตะคอกด่ากลับผ่านโทรศัพท์สิ ทำเอาฝรั่งแถวๆ นั้นงงกันเลยว่า เอเชียเนี่ยมันเป็นไรของมัน แต่ก็ไม่แคร์ ช่างหัวแม่ง
สุดท้ายพวกเรา 4 พ่อแม่ลูกก็เลยนั่งเรือกลับมาที่ Center แล้วก็หาแทกซี่ใหม่เลย ได้แม่ป้าคนนึงมาขับให้ ป้าแก ก็พูดอังกฤษงูๆ ปลาๆ snakeๆ fishๆ ไป ต้องมีล่ามมาอีกตะหาก -*- แล้วกูจะรอดมั้ยเนี่ยคืนนี้ ?
สุดท้ายเป็นไงรู้มั้ย ? ป้าแกพาพวกเราหลงทางครับ !!!!!!!!!!!!!!!!!!!! โหยแม่ง พระเจ้าช่วย หลงไม่พอ ยังพาฝ่าทางด่วนอีก ป้าแก ลก มาก ตื่นสุดๆ อะไรก็ไม่รู้ นี่วันอะไรของกูเนี่ย ? เง่ออออออออออ วุ่นวายมากๆ กว่าจะมาถึงโรงแรมได้ ก็ เที่ยงคืน !!!!!! ป้าแกบอกว่า "tomorrow, call me, not lost not lost " !!! ตลกแล้วป้า ใครจะบ้าโทร ?
เช้าวันต่อมา พาสังขารอันโรยราลากกันมาที่ Ihop กินข้าวกันที่นั่นอีกวัน -*- ก่อนที่จะขึ้นเครื่องกลับ ชิคาโก้กัน ..... -*- เหนื่อยสัดๆ
ปล. ที่ได้กินแต่ IHOP เพราะว่า ที่นั่นมันเป็นเมืองเหมือนบ้านนอก แต่ละที่แต่ละหลัง มันจะห่างๆ กันไปมากๆ เพราะงั้น เราจึงควรมีรถเช่าถึงจะสะดวก แต่ว่าเราก็มาเที่ยวแค่นี้ เลยไม่คิดที่จะเช่ารถ เลยทนกินแต่ IHOP ต่อไป .... กินจนมันจำได้ว่ามาอีกแล้ว กะเหรี่ยง 4 คนนี่ ! ฮ่าๆๆๆๆ
หลังจากนั้นเวลาที่เหลือในชิคาโก้ก็ไม่มีอะไรมาก .... ช็อปปิ้งที่เอ้าทเล็ทแล้วก็ดาวน์ทาวน์ เดินเล่นไปทั่ว ถ่ายรูป เที่ยวชายหาด เดินชมเมือง ฯลฯ ได้นั่งเรือล่องไปดูทะเลสาบมิชิแกน ใช้เวลาอยู่กับเฮียบอยให้คุ้ม ^_^
และแล้วก็มาถึงวันสุดท้ายของการเดินทาง ..... พวกเราก็แพคกระเป๋า หอบกันมาที่สนามบิน (ซึ่งเฮียบอยส่งเราผิดอาคาร -*- ดีนะบังเอิญเจอเพื่อนแก เพื่อนแกเลยบอกว่า มาผิดอาคารแล้ว) ก็ร่ำลาประสาครอบครัว ก่อนที่จะขึ้นเครื่องกลับมาเมืองไทย ..................................
ปล.
1. ในที่สุดเราก็อัพเกรดเป็นบิสสิเนสได้ซะที .... ซึ่งทำเอาเจ้าหน้าที่ไม่เชื่อว่า กะเหรี่ยงจะมีปัญญาจ่ายได้ มันทำหน้างงๆ มากๆ -*-
2. เหี้ยมากครับ ! แอร์ไลน์ไม่ดึง I-94 ผมคืน ทำให้ผมกลายเป็นคนหลบหนึเข้าเมกาโดยไม่ตั้งใจ !!! ผมต้องทำเรื่องส่งกลับไปเมกาเอง .... แอร์ไลน์ไม่รับผิดชอบเลย เด๋วกูฟ้องแม่งเจ๊งบ๊ง .... UNITED AIRLINE อย่าได้นั่งนะพี่น้อง บริการก็งั้นๆ แพง ก็แพง ทั้งๆ ที่เป็นบิสสิเนส
3. Crew บนเครืองเค้าจำพวกผมได้แฮะ ^_^ เค้าพากันตื่นเต้นที่ได้เจอพวกผมอีก ฮ่าๆๆๆ คนแรกเห็นหน้าผมแล้วบอกว่า "oh ! it's you again!!! " หลังจากนั้นพอกำลังนั่นเล่นเพลินๆ อยู่ดีๆ แอร์อีกคนก็เดินมาแล้วทำท่าตกใจที่เห็นผมแล้วบอกว่า
"oh, i just wondered who's here, i was told that "there're they here again" .... and now oh, it's you again ^_^ "
ไอ้เราเลยแซวกลับว่า "been wondering if you remmember us or not"
"yeahhhh, (สำเนียงคนดำสุดฤทธิ์) i can remember the faces, your nice parents' your cute one, of course " ฮ่าๆๆๆ จำได้ปากหวานอีกนะเจ๊
August 06 กอดคุณเคยกอดใครมั้ยครับ ?
อืม ผมเองก็ไม่รู้หรอกนะครับ ว่าใครเป็นคนแรกที่ริเริ่มการกอดกัน .....
แต่ว่าผมเชื่อว่าการกอดกันเป็นการรักษาทางใจที่ดีอีกอย่างหนึ่งเลยทีเดียว
ในเวลาที่คุณรู้สึกย่ำแย่ หรือท้อใจ ลองได้มีใครสักคนที่ได้มากอดคุณไว้ หรือว่า อยู่เคียงข้างให้คุณได้กอดละก็ คุณคงจะรู้สึกดีขึ้นไม่น้อยเลยทีเดียว .... หรือหากว่าคุณกำลังรู้สึกปลื้มใจ แล้วมีใครสักคนที่มาร่วมรับรู้ความรู้สึกของคุณผ่านการกอดจากคุณแล้วล่ะก็ คุณก็จะรับรู้ความรู้สึกนั้นตอบกลับมาแบบทวีคูณเลย
แปลกมั้ย ? ที่การกระทำที่ดูเล็กน้อยนี้ ช่างมีค่ามหาศาล และสามารถขับเคลื่อนใครหลายๆ คนให้ก้าวต่อไปสู่โลกที่ไม่รู้ว่าจะมีอะไรรอเราอยู่... อย่างเต็มใจ
บางทีคำพูดก็ไม่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกได้ดีเท่าการกระทำ .... และการกอดนั้นก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่มีมาให้เราได้ใช้ .....
ไหนๆ มันก็มีวิธีถ่ายทอดความรู้สึกแบบง่ายๆ แบบนี้แล้ว ทำไมคุณไม่ทำมันล่ะครับ ^_^
เอาล่ะ ว่าแล้ว คุณก็ลองไปกอดคนที่คุณรัก หรือ คนที่รักคุณ ดูสิ ..... กอดเขาด้วยความรู้สึกที่จริงใจ และอยากจะถ่ายทอดให้เขาได้รับรู้ ผมเชื่อว่า ยังไงเขาก็ต้องรับรู้ได้และจะส่งมันกลับคืนมาให้คุณเช่นกันครับ ^_^
July 30 รถถัง.... เฮ้ออออ โชคดีนะน้องโทรมาจากเมืองไทยเมื่อเช้า
โทรมาบอกข่าวนึงให้รู้
บอกว่า รถถังตายแล้ว
รถถังคือหมารอตไวเล่อร์ ที่เลี้ยงไว้ ตัวใหญ่ แต่ขี้ขลาด และน่ารักที่สุด
พูดไม่ออก บอกไม่ถูก พิมพ์อะไรไม่เป็นเลย
เศร้าครับ
รู้สึกแย่มากเลยนะเนี่ย .......
โชคดีนะถัง เดี๋ยวเราค่อยเจอกันใหม่นะ ทำไมทิ้งเฮียไปเร็วงี้อะ ? แล้วใครจะมาเล่นเท้งเต้งให้เฮียดูวะ ?
พูดไม่ออกแล้วจริงๆ
รู้แค่ว่ารู้สึกไม่ดีเอาที่สุดแล้ว
ปล. เดี๋ยวตอนเราเจอกันอีกครั้งอย่าลืมเท้งเต้งให้เฮียดูนะ ^_^ July 08 มื้อดึกคนยาก .... มีอะไรก็ทำกินต่อไป ! (สปาเกตตี้มั่วๆ )ไม่มีอะไรหร้อก พอดีหิวๆ น่ะ เลยทำอะไรกินดีกว่า แล้วก็มองไปในตู้เย็นไม่มีอะไรเลย มีแค่พริก หมูยออุบล แค่นั้น ....... อ้อ แล้วก็เส้นสปาเกตตี้
สรุปทำไรกินดี ? อืมมมม โจทย์นี้ยากแฮะ แต่ก็หิวอะ ไม่อยากกินมาม่าแล้วด้วยอะ
เลยทำตามใจสุดๆ เลยละกัน
เลยลงเอยที่นี่เลย ! สปาเกตตี้ผัดพริกเผาหมูยอ !
วิธีทำ ก็ใส่ๆๆๆ ที่มีทุกอย่างลงไปเลย ได้แก่ กระเทียม พริก น้ำสต๊อก หมูยอ น้ำตาล น้ำปลา พริกเผา น้ำมันหอย ใส่ๆๆๆ ไปเลย ฮ่าๆๆๆๆ
แล้วก็ต้มเส้นมาซักหน่อย พออิ่ม แล้วก็เอามาคลุกๆๆ กันเลย ส่วนรสชาติน่ะรึ ? ก็อร่อยน่ะสิ ! (แต่ว่าทำน้ำเยอะไปหน่อย -*-)
![]() ![]() ![]() ![]() แค่นี้ล่ะ วันนี้ขี้เกียจ เลยไม่ทำยุ่งยาก วิธีทำก็ขี้เกียจเขียนพร้อม เอาไว้วันหน้าขยันจะมาเขียนใหม่ล่ะกัน แต่คิดว่าเมนูต่อไปคงเป็นชีสเค้ก มีของแล้วล่ะ แต่ยังขี้เกียจทำอยู่อะ รอวันที่ขยันๆ ละกันนะ จะมาทำกิน
|
|
|