Apirat's profileหุ่นไล่กาPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
|
15 February ค่าโง่โถ่ !!!
เมื่อวานก่อนไปย่ำต๊อกแถวๆ พารากอน เลยแวะไปซื้อสายดาต้ากับตัวชาร์จของวอร์กแมนที่ทำหายในช็อปโซนี่
ก็ไปถามราคาว่าเท่าไหร่ พี่ที่ชอปบอกว่า ไอ้ตัวชาร์จมันราคา 790 บาท ส่วน ไอ้สายดาต้าน่ะราคา 941 บาท สิริรวมแล้วก็ 1731 บาท ไอ้เราก็อืม ก็ทำไงได้ ก็จำเป็นนี่หว่าก็ต้องซื้อล่ะ .. ไม่งั้นก็ต้องทิ้งวอร์กแมน
แต่ว่าที่ร้านมันดันมีแค่ตัวชาร์จ ส่วนไอ้ดาต้าเคเบิลน่ะต้องสั่งเอา พี่แกบอกว่า อาทิตย์นึงถึงได้ ไอ้เราก็คงรอไมได้ เพราะไม่ไดเป็นอยู่ที่นั่นซะหน่อย เลยบอกพี่แกไปว่า เราน่ะไม่ได้อยู่ที่นั่นนะ เป็นเด็ก ตจว. พี่แกก็เลยถามว่าอยู่ไหน พอบอกว่าอยู่ ขอนแก่น พี่แกก็บอกว่า "อ้อ ขอนแก่นก็มีศูนย์นะ ไปสั่งที่นั่นก็ได้"
โอเค เราก็เลยซื้อมาแค่ตัวชาร์จอย่างเดียว แล้วกลับมาสั่งดาต้าเคเบิ้ลทีหลังเอา
มาวันนี้ ก็ไปสั่งเลยครับ ที่ศูนย์โซนี่ขอนแก่น ....
"พี่ครับ สายดาต้าเคเบิ้ลของวอร์กแมน A3000 น่ะครับ"
"อ้อ ต้องสั่งนะคะ .... เดี๋ยวเช็กราคาก่อน ... ......... อ้อ ... มันจะมาพร้อมกับตัวชาร์จนะ ...... ราคาตัวชาร์จ 550 บาท แล้วสายดาต้าก็ 450 เบ็ดเสร็จก็ 1000 พอดีค่ะ"
......... หน้าไอ้เบิดตะลึงอย่างแรง !!!!
"ห๊า อะไรนะพี่ .. มันราคาเท่าไหร่นะ ? (ซึ่งพี่แกก็ย้ำให้ฟังอีกทีว่าราวๆ พันนึง) อ้าว แล้วมันตัวเดียวกันกับของผมแน่นะ ? มัน A3000 นะพี่" (ก็ยังเกรงว่าพี่แกคงดูมาผิดรุ่น)
ก็ถามไปถามมา ซักไปไซ้มา เลยได้รู้ว่า ... ถ้าสั่งที่พารากอนจะแพงกว่าอย่างนี้แล .. ไม่ใช่ว่ามันเป็นพารากอนหรอก .... แต่ว่าถ้าสั่งที่ชอป ราคามันจะสูงกว่า เพราะมันจะมีแพคเกจให้ มีนู่นนี่ที่สวยงามกว่า (ซึ่งกูก็คงไม่ได้กะเอากล่องมันมาขึ้นหิ้งบูชาหรอก)
เท่านั้นไม่พอ พี่แกยังบอกว่า ถ้าเป็นอุปกรณ์ปรินเตอร์ ถ้าซื้อที่ช็อปจะราคา 6000 บาท แต่ว่าถ้าซื้อกับพี่แก ที่ศูนย์น่ะ .... จะแค่ 3000 บาทเองครับพี่น้อง !!!!
สรุป ไอ้เบิดเสียค่าโง่ไปเลย T_____T ดีนะ ว่ายังไม่ได้ซื้อหมดทุกชิ้น ไม่งั้นช้ำใจกว่านี้แน่ๆ T____T
เลยอยากป่าวประกาศให้พี่น้องผองเพื่อนได้รับรู้ว่า ถ้าจะซื้ออุปกรณ์อะไหล่ ให้ไปถามศูนย์ก่อนที่จะไปซื้อที่ช้อปมัน ไม่งั้นอาจจะชีช้ำกะหล่ำปลีอย่างผมได้ T__________T
กูมันโง่ 01 October ผิดที่ใคร ? บอกผมทีสวัสดีครับประชาชนผองเพื่อน ? วันนี้กระผมมีเรื่องมาถามความเห็นของประชาชนทุกหมู่เหล่า โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับตัวกระผมเองครับ เรื่องก็มีอยู่ว่า ไอ้กระผม ก็รู้ตัวว่าอยู่ร่อนๆ เร่ๆ มานาน ไม่มีงานทำมาก็หลายเดือน เกรงใจม้ากับป๊ามาเต็มที ก็เลยอยากทำตัวให้ดูดีมีอนาคตโดยการไปสมัครงานครับ ... โดยเลือกไปที่ toyota thailand โดยการสมัครก็เข้าไปทางเว็บไซต์ www.toyota.co.th แล้วก็ดูตรงสมัครงาน .... เค้าบอกว่าให้จองคิวสอบข้อเขียนโดยส่งอีเมล์ไป .... แน่นอนว่าเราก็ส่งไป แล้วก็รอให้เขาตอบรับกลับมา ซึ่งก็โชคดีครับ เค้าตอบรับกลับมา ว่าให้ผมไปสอบข้อเขียนได้ โดยมีเนื้อหาว่า "ให้ไปสอบข้อเขียนได้ที่ สำนักงานใหญ่ 1 โดยมีระเบียบข้อบังคับและสิ่งที่ต้องนำมา ... ดังนี้ .... bla bla bla ก็ว่าไป ....... ผมก็เอ๊ะ ... ? สำนักงานใหญ่อยู่ไหนล่ะทีนี้ ? ก็พอดีในเว็บไซต์มันเขียนไว้ว่า Human Resources Manager Toyota Motor Thailand Co., Ltd. 42 floor CRC Tower, All Season Place, 87/2 Wireless Road, Lumpini, Pratumwan Bangkok 10330 Website : http://www.toyota.co.th Email Address: ems@toyota.co.th Tel. 02386-1000 Fax 02386-1632 อืมมม แน่นอนว่าสำนักงานมันก็อยู่ตรงนั้นนี่นะ เราก็ไปเซอร์เวย์ที่ทางเอาไว้ให้เรียบร้อยไว้ พอถึงวันก็ไปสิครับ ... พอไปถึง ก็ไปหาห้องหับที่ทำการสอบ หานานมาก ไปชั้น 42 เลย ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่บอกว่า "ไม่มีการสอบนะ " ผมก็งงว่าอะไรอย่างไร ???? ก็เลยเช็กข่าวไปมา นานมากๆ คุยข้ามไป ข้ามมา จนได้รู้ว่า เค้าทำการสอบที่ "สำโรง, สมุทรปราการ" !!! ซึ่ง ณ เวลาตอนนั้นผมก็นั่งรถไปไม่ทันแล้วล่ะ ...... จึงได้ประสานงานติดต่อไป ตามเบอร์โทรที่ได้มาในอีเมล์ว่าให้ติดต่อเบอร์โทรนี้นะ ... ปรากฏว่า ไม่มีใครับสาย .... ไม่แน่ใจว่า เพราะอะไร หรือเป็นเพราะว่า เค้าพักเที่ยงกันหรือเปล่า ? แล้วผมจะทำยังไง ? พอดีมีเพื่อนของเพื่อนที่เค้าทำงาน HR ของ toyota พอดี เค้าบอกว่าเด๋วจะดูให้ว่าอะไรอย่างไร .... เย็นวันนั้นผมกลับมาออนไลน์เช็กเมล์อีกรอบ ว่าเราดูผิดอะไรหรือไม่ ....ก็ไม่ผิด เพราะว่าเค้าไม่บอกเราเลยว่า สอบที่ไหน นอกจากคำว่า "สำนักงานใหญ่ 1" เราก็เลยเข้าไปดูเว็บ toyota อีกที (ปกติ ผมจะเข้าเว็บเป็นภาษาอังกฤษครับ) แต่ว่าวันนั้นเข้าเป็นภาษาไทย ปรากฏว่าแทบช็อก เพราะว่า มันอัพเดทเรืองที่สอบ เรื่องการเดินทางพร้อมแผนที่ไว้เสร็จสรรพ ... แต่ว่าที่เว็บภาษาอังกฤษกลับไม่มีบอกอะไรไว้เลย ..... อ้อ แล้วก็ที่เว็บภาษาไทยมันมีที่อยู่ของ HR ด้วยนะ แต่ว่าเป็นที่นี่ ผู้จัดการแผนกว่าจ้าง ฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด 186/1 หมู่ 1 ถ. ทางรถไฟเก่า ต.สำโรงใต้ อ. พระประแดง จ.สมุทรปราการ 10130 E-mail : ems@toyota.co.th ดูเอาเถิด ..... เว็บภาษาไทยกับภาษาอังกฤษข้อมูลไม่เหมือนกัน เว็บไทยมีการอัพเดทข้อมูลให้ แต่ว่าเว็บอังกฤษไม่มีอะไรเพิ่มเติม .... ผมถามว่า ผิดที่ใครครับ ? 1. ผิดที่ผมเองที่ไม่รอบคอบ เข้าเว็บภาษาไทยด้วย .... ไม่ทำการศึกษาว่าสำนักงานมันอยู่ที่ไหนบ้าง 2. ผิดที่โตโยต้า เพราะว่า มันควรจะให้ข้อมูลอย่างเป็นธรรม มีการอัพเดท ... เพราะขนาดที่อยู่ของสองภาษามันคนละที่กันเลย .... หากคอมผมเสีย อ่านภาษาไทยไม่ได้ ก็ต้องเข้าอ่านเว็บภาษาอังกฤษเพียงอย่างเดียว ... แล้วผมจะมีวันรู้ไหมว่าต้องทำอย่างไร เพราะว่าผมก็เป็นเด็กต่างจังหวัด ... ในอีเมล์ก็ไม่มีรายละเอียด เบอร์โทรที่ให้ไว้ โทรไปก็ไม่รับ 3. ผิดทั้งคู่ พอๆ กันรับกันไป คนละ 50/50 ละกัน 4. ไม่มีใครผิดหรอก .... ดวงซวยเอง .... สมน้ำหน้า ! เอาล่ะครับพี่น้องผองเพื่อน เรื่องมันยาวมากๆ แต่ก็อุตส่าห์อ่านจนจบจนได้ ... ขอบคุณครับ แต่ว่าจะขอบคุณมากๆ หากทุกๆ ท่านร่วมแสดงความเห็นว่าใครผิด หรือว่า มีความเห็นส่วนตัวอย่างไร ผมก็ขอรับฟังครับ ..... แค่อยากรู้ว่า คิดกันอย่างไร ^_^ ขอบคุณค้าบบบบบบบบ 23 August เกิดจากความรัก : MV เจ๋งๆ เพลงเพราะๆเพลง : เกิดจากความรัก
ศิลปิน : Sevendays
อัลบั้ม : Monday
MV สวยมากๆ ทำดีมากๆ ดูแล้วชอบจริงๆ เพลงก็เพราะ .... ชอบจังแฮะเพลงนี้
05 March ไปสุรินทร์ ... เมื่อเพื่อนผมบวชEDITED : ไปดูภาพงานบวชได้ที่นี่ คลิกเลย ส่วนของบลอกผมเอง เด๋วรอได้ภาพจากอ๊อกก่อน จะมาลงให้ดู
********
เหนื่อยครับ เพิ่งกลับมาถึงขอนแก่น ไปสุรินทร์มา แบบว่าไปงานบวชเพื่อนมาครับ
เดินทางไปถึงตั้งกะวันที่ 3 มีค. แล้ว หลังจากวัดตัวตัดครุยเสร็จ ก็รีบเดินทางไปสุรินทร์ทันที ด้วยระยะทางราวๆ 270 Km. ใช้เวลาเดินทางราวๆ สามชั่วโมงนิดๆ ก็ถึงแล้วครับ พอไปถึงก็โทรหาอ๊อก ซึ่งเป็นรุ่นน้องที่อยู่ที่สุรินทร์ เป็นคนที่จัย (เพื่อนผมที่บวช) เป็นคนไหว้วานให้ช่วยเหลือดูแลพวกผม เพราะว่าตัวจัยเองคงไม่มีเวลามาเทคแคร์ ซึ่งก็ขอขอบคุณทั้งอ๊อกแล้วก็จัยไว้ในทึ่นี้เลย ที่ดูแลเราเหอๆๆ
หลังจากเจออ๊อกปุ๊บ อ๊อกก็พาไปบ้านจัยทันที (หลังจากที่เราหลงบ้านอ๊อกมาแล้ว ฮ่าฮ่า) ก่อนหน้านี้ จัยก็บอกว่า บ้านตัวเองบ้านนอกอย่างงั้น อย่างงี้ กลัวเพื่อนๆ จะอยู่ไม่ได้จังเลย อย่างงั้น อย่างงี้ ... ไอ้เราก็ว่า ไม่เห็นเป็นไรเลย อยู่ยังไงก็ได้นะ ไม่ยากๆๆ ... จัยก็บอกต่อว่า แต่ว่าทางเข้าบ้านน่ะ ลำบากมากๆ นะ บลาๆๆๆๆ อีกมากมาย แต่ว่าเราก็ไม่หวั่น .... ระหว่างทางที่อ๊อกขับรถนำเราไปเรื่อยๆๆๆๆ เราก็อืมม ทางก็ดีๆ นิ ไม่เห็นจะเป็นอย่างที่จัยบอกเลย .... แต่ !!! หลังจากนั้น พูดไม่ทันขาดคำ ก็เจอเลยครับ "ทางลูกรัง" ระยะทางราวๆ 2 Km อืมมม ฮาแตกเลยพวกเรา ก็แบบว่าเพิ่งจะนินทาจัยว่า "เอ๊ะ ! ก็ไม่เห็นมันจะเป็นอย่างที่ว่าเลยนะ" อย่างงั้น อย่างงี้ บลาๆๆๆ แต่สุดท้ายก็ ..... -*-
เราก็ดั้นด้นๆๆๆ ไปสักพักก็ไปถึงจนได้ครับ บ้านของจัย เป็นลักษณะของบ้านญาติๆ ที่อยู่ด้วยกันหมด หลายๆ หลัง (อบอุ่นจัง) ป้าของจัยใจป้ำครับ ยกบ้านให้พวกเราละเลงเลยหลังนึง !!! พอเราไปถึงปุ๊บ ก็วุ่นวายหวัดดีญาติผู้ใหญ่ มากมาย (มากมายจริงนะ นับไม่ไหวอะ) ..... อ้ออ ขอนินทาๆๆๆ ผมเคยได้ยินมาว่า "เขาว่ากันว่า บนโลกนี้จะมีคนที่หน้าตาเหมือนเราอีกสองคน รวมกับเราแล้วก็จะเป็นสามคน" แต่ว่ามาถึงตอนนี้ ผมไม่เชื่อครับ ผมว่ามันมากกว่านั้น เพราะว่า ญาติๆ ของจัย ไม่ว่าจะพี่ป้าน้าอา เขย สะใภ้ ลูกเล็กเด็กแดง มันก็หน้าเหมือนกันหมดเลยอะ จนพวกผมหลงเลย
พี่ๆ ป้าๆ ก็เลี้ยงเราอย่างดีมากๆ เลยครับ อาหารอร้อยย อร่อย ชอบๆ อะ พุงกาง แล้วเย็นนั้น ก็มีการทำสู่ขวัญนาคครับ (ตอนเช้าโกนผมแล้ว พวกผมมาไม่ทัน เพราะติดการวัดตัวตัดชุดครุย) ระหว่างที่ทำพิธี ก็มีป้าๆ ของจัยพูดอะไรบางอย่างกัน เป็นภาษาเขมรครับ (อ้อ ลืมบอกไปว่า ตั้งกะที่ผมมาเหยียบผืนแผ่นดินสุรินทร์นี้ ก็เปรียบเสมือนอยู่ต่างประเทศอะครับ แบบว่า ได้ยินแต่ภาษาเขมรเท่านั้น ทั้งตระกูลจัยเลยอะ) แล้วก็มองที่ผม แล้วก็ยิ้มๆ กัน ก่อนที่จะมาจับแขนผม แล้วก็ดูเนื้อตัวผม แล้วก็ยิ้มๆ กัน แล้วก็พูดกันต่อเป็นภาษาเขมรกัน .... (เอ๊ะ ? พูดอะไรกันหว่า ?) ลูกปลาก็เลยแปลให้ฟัง (ลูกปลาคือเพื่อนผมคนนึงครับ อยู่ที่ศรีสะเกษ เลยพอจะฟังเขมรออกบ้าง) เธอแปลให้ฟังว่า "เนี่ย ป้าแกบอกว่าเบิดน่ะ ละออ งามละออ ทั้งหน้า ทั้งผิว" ผมก็อึ้งอะจิ หน้ากูมันละออตรงไหนวะ ? ผิวกูยิ่งไม่ต้องพูดถึง .... ต่อมาป้าแกก็ถามผมเป็นภาษาไทยอะครับ ว่า เรียนจบยัง จบแล้วจะทำอะไรยังไง ก็ถามๆ ไป ผมก็ตอบๆ ท่านไป จากนั้น หนึ่งในกลุ่มป้าก็ถามๆ กันว่า "อยากได้คนไหนล่ะ ?" (อยากได้ไรวะ ?) ป้าคนที่จับแขนผมก็มองหน้าผมแล้วบอกว่า "คนนี้ล่ะ" ผมงงๆ เลยถามท่านไปว่า "อะไรหรอครับ ?" ท่านก็ว่า "อยากได้เราเป็นเขยน่ะ" แล้วก็หัวเราะคิกคักกัน แล้วก็พูดๆๆ กันเป็นภาษาเขมรอีก (ทำไมซาวด์แทรกเยอะจางงงงง) ลูกปลาก็เลยแปลให้อีกรอบว่า ป้าแกชมผมว่าผิวดี หน้าละออ อย่างงั้นอย่างงี้น่ะ ..... -_-" ก็วุ่นๆ วายๆ ไปสักพักล่ะครับ ก็ทำพิธีสู่ขวัญกันจนเสร็จ ^ ^
หลังจากที่สู่ขวัญนาคเสร็จ พวกเราก็สำนึกดีครับ ไปเวียนเทียนกัน ^ ^ (พอดีตรงกับวันมาฆบูชาพอดี) ก่อนหน้านั้นก็ไปไหว้ที่วงเวียน (ขออภัยหากเรียกไม่ถูกนะครับ) เป็นวงเวียนของท่านผู้สร้างเมืองสุรินทร์ครับ ได้บุญกันมาอีกโข แต่ก็หิวอีกแล้ว ก็เลยไปกินก๋วยเตี๋ยวกัน ที่ร้านหนึ่ง ที่อร่อยมาก (อ๊อกพาไปกิน แล้วก็เลี้ยงด้วย เหอๆๆๆ) ก่อนหน้าที่จะไปร้านก๋วยเตี๋ยวนี้ เราได้แวะที่โต้รุ่งก่อน แล้วแอนก็บอกกับเพื่อนๆ ว่า "เพื่อนๆ ได้ยินเสียง 'ป๊อกๆ' มั้ย ?" (พร้อมทำหน้าเปี่ยมด้วยความหวังอันแรงกล้า !!! ) เสียงนั้นคือเสียงส้มตำครับ !!! ฮ่าฮ่า แอนอดไม่ได้น่ะ ต้องมีน้ำปลาร้าเข้ากระแสเลือด ไม่งั้นจะเป็น "ไฮโปร้าซีเมีย" (อาการคล้ายๆ "ไฮโปไกลซีเมีย" ที่ว่าน้ำตาลในเลือดต่ำ แต่อันนี้ ปริมาณปลาร้าในเลือดต่ำ)
หลังจากกินเสร็จสรรพ เราก็แวะซื้อของกินที่เซเว่น (กินอะไรนักหนา ?) ก่อนจะกลับ ต.จารพัต อ.ศีขรภูมิ กัน ^ ^
พอไปถึงที่บ้านก็ราวๆ สี่ทุ่มครึ่ง พอไปถึง ก็ได้ยินเสียง "กันตรึม" ครับพี่น้อง !!! (กันตรึม คือเพลงเขมร ที่คล้ายๆ หมอลำอะครับ แต่ว่าเป็นภาษาเขมร ) โหย มองเข้าไปในรั้วบ้านนะ เห็นคนเต้นๆ ฟ้อนๆ เต็มไปหมดเลย สนุกจริงๆ ก็เปิดเพลงกันจนดึกมากๆ เลยล่ะครับ เสียงดังจริงๆ .... แต่ก็ไม่ได้ส่งผลให้เราหลับไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ... ยังคงหลับสนิทกันทุกคน ^ ^
พอตีห้าวันที่ 4 เสียงเพลงก็ดังขึ้นอีกแล้วครับ !!! เป็นเพลงเนื้อหาเกี่ยวกับการปลุกคนให้มาทำกับข้าวงานบวชอะครับ ฟังแล้วก็ขำ ที่มันเข้ากับสถานการณ์จริง จริงๆ แต่ว่า พวกผมก็ยังไม่ตื่นครับ (ฮ่าฮ่า ขี้เซาจริงๆ) อ่อ ระหว่างนั้น ราวๆ ตีสี่ได้มั้ง นาคจัย ขึ้นมาปลุกเพื่อนๆ ให้ไปดูจันทรุปราคาด้วยอะครับ แต่ว่า เพื่อนๆ ทุกคนยังไม่มีวิญญาณในร่าง เลยไม่ลุกกันซักคน ฮ่าฮ่า
กว่าพวกเราจะลุกกันหมด ก็นู่นเลยครับ 7 โมงเช้าเลย ลุกมาสิ่งแรกที่ทำหลังจากอาบน้ำคือ "กิน" ครับ (กินตลอดเลย) โดยเรามีเด็กเสริฟกิตติมศักดิ์คือ "นาคจัย" ครับ ฮ่าฮ่า กินเสร็จ ก็วุ่นวายเตรียมตัวกันต่อครับ เตรียมแห่นาค โดยมีแตงโมเป็นช่างแต่งหน้าจำเป็นครับ ซึ่งไม่รู้มาก่อนว่าจะได้แต่งหน้าให้นาค ก็เล้ยยย ไม่มีเครื่องสำอางที่เข้ากับผิวนาค ก็เลยใช้ของโมไปก่อน เป็นแบบ Glitter ซะด้วย ฮะฮ่าฮ่า !!! อัอ แล้วเราก็มีช้างด้วยครับ ในงานนี้ ทั้งช้างทั้งคน ก็ต้องแต่งกันยกใหญ่
เวลาประมาณ สิบโมงหรือสิบเอ็ดโมงนี่ล่ะ พวกดิมก็มาถึง (พวกนี้เพิ่งมางานวันนี้ครับ) มาถึงก็วุ่นวายกันเล็กน้อย ถ่ายรูปกัน เล่นกัน แล้วก็อื่นๆ อีกมายมาก พอทุกอย่างลงตัว เราก็เคลื่อนพลไปวัดกันครับ ออกจากบ้านตอนเที่ยง เดิมทีจัยบอกว่า จะเดินราวๆ 2 Km เราก็ไม่หวั่นครับ ก็เดินกันได้ แต่ว่าพอเดินๆ ไปจริงๆ ดันมีการเปลี่ยนแปลงว่า "ต้องเดินอ้อมหมู่บ้านก่อน" โหยยยย !!! สุดยอดเลยยยย พวกเราก็เลยนั่งรถไปด้วยเดินไปด้วยอะครับ แบบว่า เดินๆ ไป ก็ผลัดกันมานั่งรถ (รถจะถามท้ายขบวนน่ะ มาผลัดกันเอาแอร์สักหน่อย เพราะร้อนมาก 40 c ได้)
กว่าจะถึงวัดได้ก็นู่นเลยครับ เกือบๆ บ่ายสาม เดินกันจนเกือบตาย ก็วนรอบโบสถ์กันสามรอบ พอเสร็จก็ถ่ายรูปกันยกใหญ่ ... สักพักพวกดิมก็ต้องกลับกันก่อน เพราะว่ามีธุระต่อน่ะครับ พวกผมก็เลยไม่แน่ใจว่าจะยังไง แต่ว่าทางนาคก็อยากให้อยู่ต่อ พวกผมก็เลย "สู้เว้ย !!! เพื่อเพื่อน !!! ได้ซำเหมอ" แต่ว่าขอตัวกลับไปอาบน้ำที่บ้านกันก่อน เพราะว่าร้อนเหลือเกิน แล้วก็ปะแป้งเปลี่ยนชุดค่อยกลับมาใหม่อีกครั้ง
พอกลับมาที่วัดคราวนี้ ก็ได้เจอกับพระจัยครับ (ต่อไปนี้เล่นหัวไม่ได้แว้ววววว) หลวงพี่ได้สมญาว่า "ทิตยโส" ครับ (หลวงพี่บอกว่า แปลว่าอะไรก็ไม่รู้ ... ซะงั้นน่ะ -*- ) ก็ถ่ายรูปกับหลวงพี่ ไหว้ท่าน ก่อนที่จะลากลับครับ (อ้อ โยมแม่ของหลวงพี่ใจดีมากๆ ครับ ให้ค่าขนมพวกเราด้วย เหอๆๆๆ) ก่อนจะกลับ ผมก็ขอพรหลวงพี่ซะเลย หลวงพี่ก็ให้พรมาว่า "ขอให้เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพนะ ขอให้โชคดีๆ ได้งานดีๆ นะ" เหอๆๆๆ แค่นี้พวกผมก็ดีใจแล้วนะ ได้พรเป็นคนกลุ่มแรกของหลวงพี่ ^ ^ !!!
ขากลับก็แวะนั่นนี่ ซื้อของฝากนู่นนี่ กินนู่นนี่ (โดยเฉพาะส้มตำ!!! แอนบอกว่า ขอเหอะ !!! ไม่ไหวแล้ว อยากมาก จะลงแดง เอิ๊กๆๆ )
หลังจากที่ทำบุญเสร็จ พวกเราก็ไปทำบาปครับ โดยแวะร้านเหล้าที่ร้าน Alibahbar ที่แถวๆ ทางเข้า ม.มหาสารคาม เป็นร้านเหล้าที่บรรยากาศดีมากๆ โดยมีพวกดิม รออยู่แล้ว ก็นั่งสักพัก พวกผมไม่ได้ดื่มนะ แวะไปหาเพื่อนๆ เฉยๆ ก่อนที่จะขับรถกลับกัน โดยสวัสดิภาพ แล้วก็มานั่งจิ้มๆ หน้าคอม เพื่ออัพเรืองให้ชาวบ้านได้อ่าน (กลัวว่าถ้ามาเขียนวันหลังจะลืมๆ ไปน่ะ ตีเหล็กมันต้องตีตอนร้อนๆ เว้ย)
*******************************
/ ดีใจมากๆ ครับ ที่ได้ไปที่งานบวชครั้งนี้ มันรู้สึกดีมากๆ บอกไม่ถูกจริงๆ นะ
// เมืองสุรินทร์ น่าอยู่มากๆ ครับ
/// ขอบคุณหลวงพี่นะครับ ที่เชิญพวกเราไปงาน ขอบคุณพ่อแม่พี่น้องของหลวงพี่ทุกๆ คนเลยครับ ที่ดูแลพวกเราเหมือนลูกเหมือนหลานจริงๆ
//// เชื่อมั้ยว่า ทั้งๆที่กินไม่หยุด แต่ว่ากลับมา น้ำหนักผมกลับลดไป 2 Kg ซะงั้นน่ะ (สงสัยเดินแห่มากไปหน่อย)
///// การที่ได้แวะที่ร้าน Alibahbar ทำให้ผมรู้สึกปลอดโปร่ง เหมือนยกภูเขาออกจากอกเลยครับ (อันนี้เป็นเรื่องส่วนตัวนิดนึง)
////// ส่วนรูปทั้งหมด เด๋วได้จากหนูอ๊อก แล้วจะเอามาโพสให้ชมกันนะครับ
/////// ขอบคุณทุกๆ ท่านที่เข้ามาอ่านบลอกตอนนี้ ทั้งๆ ที่มันยาวมากๆ (อ้อ อ่านแล้วก็คอมเม้นท์ก็ได้นะ ไม่ว่ากัน ^ ^)
01 March ... ตอนนี้ ไม่มีชื่อ ...อัพเพิ่มอันเก่านี่ล่ะ
ด้วยความที่รถของเรา เอาไปซ่อม (เพราะเพื่อนคนนึงเอาไปขับชนน่ะ) เลยอยู่ในอู่ เราก็เลยเอารถอีกคันที่บ้าน คันที่มันไม่ค่อยสมประกอบเท่าไหร่ ไปขับ และเบรกมันก็ไม่ดี แย่ แย่ แต่ก็ทนๆ ไปก่อน เพราะรถตัวเองไม่มีให้ใช้นี่หว่า อาม้าก็บอกว่า เด๋ววันพฤหัส เอารถไม่สมประกอบนี้ไปเข้าศูนย์นะ เราก็บอกไปว่า "อ้าว แล้วเบิดจะขับอะไรอะ?" อาม้าก็ว่า "ก็เอากระบะไปขับสิ" ....... อื้มมมม เราก็ไม่ได้ว่าอะไร ขับกระบะก็ได้ สบายใจดี ..... ว่าแต่ว่ามองไปที่โรงจอดรถ แล้วรถกระบะมันหายไปไหนวะ ??? (เหตุการณ์คุยกับแม่คือวันพุธ)
ตื่นมาตอนเย็น (หกโมงเลย ฮ่าฮ่า แบบว่า นอนข้ามวัน) เจ้าเบ้นเดินเข้ามาพร้อมกับกุญแจรถคันนึง ที่ไม่คุ้นตาเลย แล้วก็บอกว่า Navara นี่มันคันใหญ่จริงๆ เนอะ" ..... ไอ้เราก็งงๆ ว่าอะไร ? นาวาร่าอะไร ? กูงง ??? ไอ้เบ้นก็บอกว่า "อ้าว ก็ป๊าไปซื้อรถใหม่แล้วไง เนี่ยเพิ่งเอากระบะคันเก่าไปเทิร์นทิ้งไปแล้วไง"
อ่อออออ กูเลยถึงบางอ้อ ..... พ่อกูแอบไปซื้อรถ โดยกูไม่รู้เรื่องเลยเนี่ยนะ ? หนำซ้ำแม่ยังมาเล่นมุขบอกว่าให้ขับกระบะอีก ..... อืมมมมม ยังงี้นี่เอง
![]() ^
^
^
นี่ไง เจ้ารถไม่สมประกอบของผม มันโหลดเตี้ยมากๆ เลยมีปัญหา
************************************
วันนี้ (คืนวันที่ 28 กพ 2550) ไปเที่ยวยูบาร์มา แบบว่าค่าย Love Is มากันทั้งค่ายเลย
เพลงแต่ละเพลงก็เพราะจริงๆ ถ่ายคลิปมาด้วย เอามานั่งดูๆๆๆ ไป แบบว่า เสียงดี เพลงเพราะ ชอบๆ อะ
วันนี้เป็นการไปเที่ยวที่ประหยัดที่สุดในชีวิตแล้วอะ แค่ ห้าสิบบาท เท่านั้น เพราะจ่ายแค่ค่าเข้า ได้ Smirnoff 1 ขวด ส่วนอย่างอื่นๆ เมื่อเข้าไปข้างในผับแล้ว เราไม่สั่ง ไม่ซื้อไม่ดื่มอะไรเลย ไปดูคอนเสริต อย่างเดียวจริงๆ ฮ่าฮ่า ประหยัดมั้ยล่ะ ?
เพลงแต่ละเพลงนะ โคตรเพราะเลยอะ เสียงดีจริงๆ นักร้องแต่ละคน (แม่งแชมป์เสียงโคตรแจ่มอะ สแตมป์ก็เสียงดี ตู่อีก โหย แต่ละคน แม่งเจ๋งว่ะ) ผับก็ไม่แออัดเท่าไหร่นะ ก็โอเค ไปดูๆ เพลงแต่ละเพลง ชอบอะ ดีใจที่ได้ไป ได้ไปเจอเพื่อนๆ ก่อนจะลากันไปจริงๆ ด้วยล่ะมั้ง
วันนี้แอนก็เพ้อไปถึงใครคนนั้น โคตรฮาอะ แบบว่า ไอ้เบิดก็เลยต้องเป็นตากลัองจำเป็นถ่ายรูปให้ซะงั้นน่ะ ฮ่าฮ่า (คิดหรอแอ๊นนนนว่าเค้าจะไม่รู้น่ะว่าแอนคิดอะไรอยู่ มันทนโท่ขนาดนั้นน่ะ)
ได้ข่าวว่าแตงโมก็ไปเพ้อๆ หาเด็กได้มาเหมือนกัน ยุ้ยด้วย เออ เพื่อนแต่ละคนก็ได้กันไปคนละคนสองคน ฮ่าฮ่า ไอ้ปั้นอีก ไม่รู้คราวนี้ไปได้ใครอีกไม่รู้ ส่วนน้องชายเราเอง, บักเบ้น ได้ข่าวว่า สวีทกันมากๆ ออกนอกหน้าจริงๆ ว่างั้น ฮ่าฮ่า
จริงๆ แล้ววันนี้ก็เป็นอีกวันที่ เบื่อๆ ด้วยล่ะ ไม่มีอะไรทำ ก็เล้ยยยย มาอัพบลอกเล่นๆ ดีกว่าเรา .... ว่าแล้ว ก็เปลี่ยนเพลงสเปซด้วย ชอบจริงๆ เล้ย เพลงนี้
ความคิดไม่มีเสียง :
เสียงที่เธอลาฉัน เด็ดขาด ดูแล้วมั่นใจ
พูดตรงมาจากใจ ไม่ขำยังย้ำชัดเจน
(ใจอยากจะรั้งไม่ให้ไป) อยากพูดให้ตรงใจ อยากเล่าให้เธอฟัง
(ไม่อาจพูดไปอย่างที่หวัง) ก็ทำได้ทุกอย่างเพียงเท่านี้ ก็ฉันทำได้เพียงแต่
(ความคิดไม่มีเสียง เรียกเธอไม่ได้ยิน) ปากอยากจะเอ่ยแต่ไม่ชิน ได้ยินแต่ความเจ็บดังอยู่ข้างใน ก็คงจากกันไป
(ก็ใจไม่มีเสียง บอกเธอให้รับฟัง) ยังไงในที่สุดงต้องช้ำ ไม่มีคำเอ่ย พูดเพียงว่าเข้าใจ ไม่อยากต้องทำลายความคิดเดิมของคนจะไป
เสียงเดียวในวันนี้ อยากบอกคือ ให้โชคดี
เมื่อเธอเลือกทางนี้ อย่าห่วงไม่ว่าเรื่องใด
(ใจอยากจะรั้งไม่ให้ไป) อยากพูดให้ตรงใจ อยากเล่าให้เธอฟัง
(ไม่อาจพูดไปอย่างที่หวัง) ก็ทำได้ทุกอย่างเพียงเท่านี้ ก็ฉันทำได้เพียงแต่
(ความคิดไม่มีเสียง เรียกเธอไม่ได้ยิน) ปากอยากจะเอ่ยแต่ไม่ชิน ได้ยินแต่ความเจ็บดังอยู่ข้างใน ก็คงจากกันไป
(ก็ใจไม่มีเสียง บอกเธอให้รับฟัง) ยังไงในที่สุดงต้องช้ำ ไม่มีคำเอ่ย พูดเพียงว่าเข้าใจ ไม่อยากต้องทำลายความคิดเดิมของคนจะไป
จากนี้เธอคงเจอแต่พรุ่งนี้ ส่วนฉันคงหลงเหลือเพียงวันนี้ จะเก็บสิ่งดีๆ ที่ได้เจอ เอาไว้
(ความคิดไม่มีเสียง เรียกเธอไม่ได้ยิน) ปากอยากจะเอ่ยแต่ไม่ชิน ได้ยินแต่ความเจ็บดังอยู่ข้างใน ก็คงจากกันไป
(ก็ใจไม่มีเสียง บอกเธอให้รับฟัง) ยังไงในที่สุดงต้องช้ำ ไม่มีคำเอ่ย พูดเพียงว่าเข้าใจ (Up to you) ไม่อยากต้องทำลายความคิดเดิมของคนจะไป 21 February สุขสันต์วันเกิดครับวันนี้ก็เป็นอีกครั้งที่มันวนมาครบรอบอีกแล้วนะ
วันนี้เป็นวันพิเศษอีกครั้งในชีวิต
ขอให้มีความสุขมากๆ อย่ายึดติดกับเรื่องร้ายๆ ในอดีตอีกเลย ขอให้พบเจอแต่สิ่งที่นำมาซึ่งความสุข
ขอให้ยิ้มได้อยู่ทุกครั้งที่เจอปัญหา ขอให้สุขภาพแข็งแรงนะ
สุขสันต์วันเกิดครับ
ปล. ขอให้คำอธิฐานของนายในปีนี้ สมหวังซะทีนะ ^ ^
13 February เมื่อโดน Tag !!!! ... เผาตัวเอง ซะงั้น !!!Tag คือนวัตกรรมใหม่ในหมู่ Blogger โดยการเขียนสิ่งที่คนอื่นไม่รู้เกี่ยวกับตัวเอง 5 หัวข้อ แล้วก็ tag คนอื่นต่อไปอีก 5 คน อนึ่ง การ tag นี้มีกฏอยู่ว่า หากโดน tag เมื่อไหร่ ไม่ว่ากำลังอัพใดเรื่องอะไรอยู่ก็ต้องหยุดเรื่องนั้น แล้วมาอัพ tag ทันที (อันนี้มาจากไหนไม่รู้ว่าที่ต้องอัพทันทีเพราะถ้าดองไว้นานๆ แล้วถ้ามีคนมา Tag เรื่อยๆ จำนวนข้อจะมากขึ้นตามจำนวนที่โดน!!) กฏอีกข้อคือห้าม Tag คนที่ Tag เรามา ไม่งั้นมันจะวนไม่รู้จักจบจักสิ้น ต้องพ้นไปคนนึงก่อน ถึงจะวนมาได้นะจ๊ะ
^
^
^
อันนี้คือข้อความที่ได้มาจากแอ๊บน่ะ แล้วมันก็ทำการ TAG ผมซะงั้น ครั้นเราจะทำเปนไม่รู้ไม่เห็นก็กระไรอยู่ เลยต้องทำตามใจมันหน่อย
เรื่องที่ 1. แกล้งเพื่อน
จริงๆ จะว่าไปแล้วก็ไม่เชิงว่าไม่มีใครรู้หรอกนะครับ แต่ว่าก็รู้กันน้อยน่ะ พื้นเพผมเป็นคนที่รักเพื่อนมากครับ โดยเรื่องนี้ก็จะเกี่ยวกับเพื่อนคนนึงที่ชื่อว่า "นอต" ครับ มันเป็นเด็กที่หน้าใสมาก เป็นเด็กอารมณ์ลูกคุณหนูอะ (ในสายตาผมตอนนั้นน่ะนะ) เห็นแล้ว ชิชะ หมั่นไส้ว่ะ อยากแกล้งจริงๆ เลยกู ..... ก็เลยตีสนิทสนมกับมันไปทั่ว เพื่อจะได้หาทางกลั่นแกล้งมัน (พูดซะเว่อร์ว่ะ)
และแล้วเราก็ได้รู้ว่าม้นน่ะเป็นคนที่กินเผ็ดไม่ได้ ....... ไม่ได้เล้ยยย จริงๆ ........ วันนั้นก็ไปซื้อก๋วยเตี๋ยวกินอะครับ ไอ้เบิดก็ใจดีปรุงให้ไอ้นอตมันซะหน่อย ก็เลยตักพริกใส่ถ้วยมันไปหนึ่งช้อนเต็มๆ (จริงๆ ก็ไม่ได้เยอะนะสำหรับผม) แต่สำหรับไอ้นอตมันน่ะสิ ..... สุดท้ายนอตทำหน้าโกรธมากๆ แล้วก็ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ด้วยแฮะ !!! (ดีใจๆๆๆๆ แกล้งมันได้) สุดท้ายมันก็เดินไปที่ทิ้งอาหารแล้วก็โยนถ้วยก๋วยเตี๋ยวลงไปเลยอะสิ .... แล้วก็ไม่คุยกับผมเลย ... (สุดท้ายกูก็ต้องไปง้อ) ... (จริงๆ เรื่องแกล้งเพื่อนๆ เนี่ย ใครอยู่กับไอ้เบิดจะรู้ดีว่ามันแสบกว่านี้เยอะ .... แล้วก็แกล้งแม่งทุกคนจริงๆ ฮ่าฮ่า)
เรื่องที่ 2. อ๊ะ ! นั่นเงินใคร ?
เรื่องนี้เป็นความป่วนของไอ้เบิดกับไอ้ฟลุกคู่เกลอครับ สมัยประถม 3 ได้มั้ง ..... ก็แบบว่าเห็นแบงค์กาโมกะลังฮิตๆ ไอ้เบิดกับไอ้ฟลุกก็จับเข่าคุยกันว่า "เอ๊ะ ! เราจะทำชั่วกับไอ้กาโม่นี่ยังไงดีนะ ? " และแล้วเราสองคนก็ข้อสรุปครับ ..... เราซื้อแบงกาโมมาชุดนึง แล้วเลือกอันที่สมจริงที่สุด แล้วก็ทำการพับเก็บส่วนลายการ์ตูนออกไป โดยให้เห็นแต่ลายที่เหมือนเงินจริงๆ ที่สุด .... แล้วก็เอาไปวางๆ ไว้อะครับ แล้วก็คอยดูพฤติกรรมแต่ละคนอะครับ .... โหย ได้เห็นสันดานคนเลยนะเนี่ย เชื่อมั้ยว่า เด็กๆ เดินมาไม่สนใจนะ แต่ว่าภารโรงอะสิ เดินมาแล้วก็เอาเท้าเหยียบเลย แล้วก็รีบเก็บใหญ่ (แต่พอกางดูว่าเป็นกาโม่ก็ทำหน้าเซ็งสัดๆ ก่อนที่จะโยนทิ้ง) ผมกับไอ้ฟลุคก็หัวเราะสิ ต่อมาก็มีอาจารย์มาครับ ทำพฤติกรรมเหมือนๆ กับภารโรงเมื่อกี้เลย ... เลวว่ะ ผมกับไอ้ฟลุกก็ได้เห็นด้านมืดคนเยอะเลยอะวันนั้น ..... สนุกด้วย (โดยเฉพาะเวลาได้เห็นสีหน้าผิดหวังของคนพวกนั้น)
เรื่องที่ 3. ร้านค้าหน้าโรงเรียน
ก็ไม่มีไรมาก ไปซื้อของกินหน้าโรงเรียนร้านป้าสักอย่างสมัยประถม ก็เห็นป้าแกเก็บตังเด็กๆ ใส่ตะกร้าใกล้ตัว แล้วใกล้ๆ ตัวป้าก็มีกล่องขนมวางอยู่ แล้วเงินก็หล่นๆ ไปในกล่องนั้นเยอะเลยแฮะ ...... อืมมม ......"ป้าครับ ผมขอขนมนั่นอะ ไอ้กล่องข้างๆ ป้าอะ" ....... ป่าวนะผมไม่ได้ขโมยเงินใครนะ ผมซื้อมาถูกฏหมายนา
เรื่องที่ 4. คนรักสัตว์
(เรื่องนี้ก็สมัยประถมเหมือนกัน) ด้วยความที่เป็นเด็กเอื้ออารีย์แต่เด็ก ทำให้เป็นคนรักสัตว์ครับ ก็เลยเอาตั๊กแตนมาหักๆ ขามัน แล้วก็เอามาห้อยคอ น่ารักดี ^ ^ ....
อ้อ ! แล้วที่บ้านก็ทำการดักหนูด้วยอะครับ ใส่กรงไว้ .... ไอ้เบิด กับพี่น้องอีกสองเป็นสามคน (บอยเบิดเบ้น) ก็เลยทำการปล่อยหนูตัวนี้ครับ สงสารมันน่ะ ก็เลยเอาน้ำมันราดมันแล้วก็จุดไฟ แล้วก็เปิดกรงออกให้มันวิ่งอะครับ (เห็นมั้ยใจดีปะ? เติมน้ำมันให้มันด้วยนะ) แล้วก็มาลุ้นๆ กันว่า มันจะวิ่งไปถึงไหนได้ ?
เรื่องที่ 5. ความลับของผม
สมัยประถม (อีกแล้ว) ผมเคยถูกลวนลามอะ ......... ขอสงวนนามบุคคล ขอสงวนเรื่องที่เหลือ มันก็ไม่ได้มากมายอะไรหรอกนะ แต่ว่าก็รู้สึกแย่ละกันล่ะน่า .... (ตอนนั้นยังเด็กจริงๆ ไม่รู้เรื่องอะไรเล้ยยยยย)
ต่อไปคือห้าคนนี้ ที่จะโดนผม Tag โดยจะต้อง "เผา" ตัวเอง ห้าเรื่อง แล้วก็เขียนชื่อคนที่จะ Tag ต่อไป โดยห้ามกลับมาหาผมเด็ดขาด
ใครไม่ Tag ต่อล่ะก็ ผมแช่งแน่ ๆๆๆๆๆ (คงรู้ใช่มั้ยว่าจะเจอดีแค่ไหนน่ะ ?)
1. บักจัย .....
2. หญิงแอน .....
3. ขวัญ DD ^ ^
4. จัมโบ้ !!!!
5. หนูแตงโม !!!!
เอาล่ะ ห้าคนที่ถูกเอ่ยนามน่ะ รีบๆ ไปทำการเผาตัวเอง ห้าเรื่อง ซะ เร็วๆ ด้วยนะ !!!!
ชมพู
ฟ้า
เหลือง
เรื่องที่ 6. ไม่มีชื่อเรื่อง ....(แถมน่ะ)
โทรไปก็ไม่รับสาย ไปหาที่ห้องก็ไม่เปิดประตู ..... อืมมมม เลยส่งโน้ตไว้ ..... แล้วก็ไปนั่งเล่นห้องเพื่อนแถวๆ นั้น .... สักพักก็โทรมา แต่ว่าไม่ยอมออกมาเจอหน้าแฮะ (ทำไมถึงอยากเปลืองค่าโทรนะ ?) ก็ได้ คุยโทรศัพท์ก็ได้ ..... คุยๆ ไป คุยๆ มา เราก็นั่งอยู่แถวๆ หน้าห้องน่ะละ สักพักก็บอกว่าจะออกมาแล้ว เราก็เลยรออยู่แถวๆ หน้าห้อง ..... พอเห็นหน้าเราก็จะวางสาย (ก็แน่ล่ะสิ จะคุยผ่านโทรศัพท์ทำไม ?) แต่ว่าทางนั้นกลับยิ้มๆ แล้วก็บอกว่า "ไม่เอา คุยทางนี้ล่ะ" แล้วก็บังคับเราให้คุยอย่างงี้ซะงั้น ... หน้าก็มองกัน แต่ว่าฟังเสียงทางโทรศัพท์ .... ยืนห่างกันราวๆ 15 เมตร คุยไปนานมากๆ จนแบตเราหมด .... เราก็เลยจะเอาโทรศัพท์เก็บ .... แต่แล้วก็กลับบอกเราด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มว่า "อ๊ะ ! จะวางทำไม ? ไม่ต้องวางนะ ไม่เอา มะให้วาง ทำท่าคุยต่อสิ" (พลางทำหน้าอ้อนๆ ใส่ ) แล้วก็เดินเข้ามาใกล้ๆ เพื่อให้ได้ยินเสียงกัน ..... 11 February วันพิเศษ.... พิเศษรู้มั้ยว่าวันนี้วันอะไร ? (11 กพ 50)
วันนี้เป็นวันที่พิเศษามากๆ เลยล่ะ เพราะอะไรน่ะเหรอ ? มันเป็นวันเกิดของคนสองคนที่สำคัญมากๆ ของผมน่ะสิ
คนแรกเป็นตัวป่วน วุ่นวายกวนโอ๊ยที่สุด แต่ก็ขาดมันไม่ได้น่ะ :p
คนที่สองนี่ คือคนที่มีค่ายิ่งกว่าอะไรเสียอีก รักมากๆ เลยคนนี้
แปลกมั้ย ? ที่สองคนนี้เกิดวันเดียวกัน มหัศจรรย์ดีเนอะ นี่ล่ะ วันพิเศษๆ ของครอบครัวผม
สุขสันต์วันเกิดนะ โคตรจะรักเลยนะเนี่ย
i'm so glad to have you in my life 06 February รันทดยิ่งกว่าอะไร เมื่อเจอ music.exeวันนี้เอาไฟล์จากเครื่องตู่มาทำงานที่บ้าน ก็ไม่คิดอะไรมาก (แต่ก็รู้อยู่นะว่าเครื่องตู่ไวรัสเยอะยิ่งกว่าอะไร) แต่ก็เช็กนู่นนี่ก่อนเอาลงเครื่องเราแล้วล่ะ แต่ว่าก็พลาดจนได้เมื่อเจ้า music.exe มาลงที่เครื่องของเรา มันเป็นไวรัสที่จะติดมากับ handydriveโดยเทคนิค auto run ไวรัสถูกเขียนโดยใช้ภาษา Visual Basic จะทำการลบไฟล์ นามสกุล *.mp3 และ *.dat ทุกไฟล์ที่พบบนเครื่อง
แล้วมันก็ affect ไปยังไดร์ฟ D: ที่เราใช้โหลดเพลง เพลงในนั้นก็หายไปหมด (แต่ไม่เยอะหรอกเพลงในนั้น) ต่อมาก็สังเกตุที่ external hardisk 200 gb ของเราว่าทำไมไฟมันกระพริบๆ อยู่ ก็เลยรีบเอื้อมมือไปปิดสวิตช์ซะเลย เพราะคิดว่าไวรัสกำลังลงที่ไดร์ฟนั้นแน่ๆ
เสร็จปุ๊บเลยโทรหาโจ เพื่อปรึกษา ก็เลยได้ตัวฆ่ามันมา ก็เลยฆ่ามันได้ แต่ว่านะ เพลงใน Seagate (External HDD) น่ะ มันหายไปเยอะแล้ว จากกว่า 100 GB เหลือแค่ 12 GB เองอ่ะ
เพลงใหม่ๆ ไม่เสียดายหรอก แต่ว่าเพลงต่างๆ ที่สะสมมาตั้งกะอยู่ ม.3 นี่สิ หายไปหมด เศร้าเลยอะ เพลงหายากที่ยากกว่าอะไรก็หายไปหมด
เศร้าที่สุดเลย เพลง Final Fantasy ก็หายหมด สะเทือนใจมากๆ เลย
สำหรับคนที่เจอไวรัสตัวนี้ก็ใช้อันนี้ฆ่านะ คลิกเลย
เฮ้ออออ ทำใจเลยอะเรา 19 December วันพิเศษของคนสำคัญแบบว่าวันนี้เป็นวันที่เศษของคนที่สำคัญ ก็เลยอยากจะมาโพสๆ อะไรทิ้งๆ ไว้หน่อย :p
วันนี้เป็นวันเกิดของคนๆ นึง คนที่สำคัญมากๆ ของครอบครัวเรา
"สุขสันต์วันเกิดนะ !"
ทุกๆ คนที่นี่คิดถึงมากๆเลย บ่นหากันตลอดเลยอ่ะ ยายก็บ่นๆๆ ว่าคิดถึง ไม่โทรมาหามั่งเลย
ป๊าก็บ่นคิดถึง อาม้าก็เหมือนกัน
ไหนจะเบิด ไหนจะเบ้น อืมมม คิดถึงกันจริงๆ ให้ตายเหอะ !
อากาศตอนนี้มันหนาว ดูแลตัวเองด้วยล่ะ ยิ่งเป็นคนแพ้อากาศหนาวๆ อยู่น่ะนะ
รู้มั้ยว่าอาป๊า แกบอกว่าแกฟังเพลง "เติมใจให้กัน" แล้วคิดถึงน่ะ แกเอาเป็น Ringtone เลยนะ โดยเฉพาะท่อน "อยู่ห่างไกลกันครึ่งฟ้า....หากยังมีใจถึงกัน"
ส่วนอาม้าก็ใช้เพลง "ที่ว่าง" เป็น Ringback Tone เลยนะ โดยเฉพาะท่อน "ก่อนเคยคิดว่ารักต้องอยู่ด้วยกันตลอด เติบโตจึงได้รู้ความจริง"
ส่วนเบิดน่ะเหรอ กลับฟังเพลง "ปาฎิหาริย์" แล้วคิดถึงแฮะ ! (ตอนนี้มีคนเอาร้องใหม่แล้ว เพราะด้วย) คิดถึงสมัยตอนเบิดอยู่ ป.6 แล้วจะได้ยินเสียงโหวกเหวกของเด็ก ม.3 คนนึงที่ซ้อมร้องเพลงนี้เป็นวรรคเป็นเวร หลังจากนั้นมานะ ฟังเพลงนี้ทีไร ก็คิดถึงทุกที
อืมมมม นะ ! ..... ไม่รู้แล้วล่ะว่าควรจะพูดอะไร จะบอกอะไร จะพืมพ์อะไร .... มันไม่สามารถเอาออกมาเป็นคำพูดได้หรอก :p
เอาเป็นว่า ทุกคนเป็นห่วงนะ รักมากๆๆๆๆๆ ด้วย คิดถึงที่สุดเลย
ขอให้มีความสุขนะ สำหรับวันเกิดของคนที่ยิ่งใหญ่และสำคัญที่สุดของครอบครัวเรา
15 December .....จำเขามาอีกทีเกิดการสนทนาหัวข้อ Quote ขึ้นมาระหว่างการเล่น MSN Messenger
ก็เลยเกิดความคิดเอามาแปะต่อให้ชาวบ้านได้อ่านกัน
รวมๆ มาจากที่เคยเห็นๆ มาน่ะครับ
*************************************************************************** คนเราเวลา รักใครมาก แล้วก็ไว้ใจเขามาก คิดว่าตัวเองสำคัญ สุดท้ายก็คงเศร้า
(Credit : กาญจนา)
Life is full of shit
Why don’t you spit it out And look for another? (Credit : กาญจนา)
Life's like a novel, with the end ripped out
(Anonymous)
อันนารีมีมากมายเหมือนฝูงลิง จะฟันทิ้งฟันขว้างก็ยังไหว
(Anonymous)
ความตายมักจะตัดสินมนุษย์เสมอ เป็นความยุติธรรมอย่างเดียวที่เราจะได้รับเหมือนกันหมด
(Anonymous)
คนทุกคนนั้นมีบทพิสูจน์ตัวเองที่แตกต่างกัน
จะยากหรือจะง่ายนั้น อยู่ที่ตัวเราเอง....ไม่ใช่ใครอื่น
(Credit : อภิรัตน์)
เหล้ากับรัก เหมือนกันตรงไหน ? : อาจจะขม แต่ก็ทำให้รู้สึกดี และ ต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ (Credit : วศิน)
So touchy, love doesn't ask why, doesn't think twice, doesn't explain (Anonoymous)
..........มันอาจไม่หอมหวานอย่างที่ใจคิด............................... แต่ความสุขจากการที่ได้รับ................................................ มันก็คุ้มค่าเสมอ.........แม้มันจะเทียบกันไม่ได้ก็ตาม................... ใจเรามีแค่ดวงเดียว.............ทำตามใจเรียกร้องเถอะ.................. ความสุขมันก็จะอยู่กับเรา........."ทิฐิ" เคยทำให้อะไรดีขึ้นรึเปล่า ?.... ไม่เคยเลย................................................................... (Anonymous)
All I See Is Thee, Thy Eyes Are So Shine... And Tighten Up The Soul Of Mine, Together With Thine : : : Dost thou feel the same way ? (Credit : อภิรัตน์)
เราว่าความดีอยู่ที่เวลาเราทำความผิด (Anonymous)
The darker the sky is, The brighter the stars are.... (Credit : ธนบัตร)
............ฉันโตขึ้น ............แม่แก่ลง ......ฉันไม่อยากโต (Credit : วรารัตน์)
Unless an idiot dies, He won't be cured. (Credit : ธนบัตร)
บางครั้งการเสียใจไม่ได้มีแค่เราไปรักใครสักคนแล้วเค้าไม่รักตอบเท่านั้น มันยังมีอีกครึ่งนึงที่เรากลายเป็นคนถูกรักแล้วเรามองไม่เห็นคนนั้นๆ คนใกล้ตัวที่เราไม่เคยใส่ใจ มันสามารถทำให้เรารู้สึกเจ็บปวดจากความรักได้เช่นกัน (Anonymous)
Once I was a prisoner
Lost inside myself With the world surrounding me Wandering through the misery But now I am free เคยเอกาเหว่ว้า วังเวง
เก็บกักกับตัวเอง ค่ำเช้า
โลกาคระครื้นเครง เรากลับ โศกนอ
แต่บัดนี้หมดเศร้า หมดห้วง พันธนา
You gave me a breath of life
Unclouded my eyes Wieth sweet serenity Lighting a ray of hope for me And now I am free ดั่งได้ชุบชีพขึ้น ใหม่นา
เปิดโปร่งโล่งสองตา ชัดแจ้ง
ดุจเห็นรัศมีพา มาสู่ ความหวัง
ภาระหายเหือดแห้ง หมดสิ้น พันธนา
Free to live
Free to laugh Free to soar Free to shine Free to give Free to love Free enough to fly ใช้ชีวิตคิดได้ อย่างเส- รีแล
อิสระกำสรวลเฮ *หื่นได้
ดั่งวิหคระรื่นเพ- ลาโบก โบยบิน
มีรักดั่งนึกไว้ ซึ่งไร้ พันธนา
Once I was all so alone
Unsteady and cold But your love rained down upon me Washing away uncertainty And now I am free
เคยโทมนัสทุกข์แท้ เดียวดาย
หนาวเหน็บเจ็บเจียนตาย เกือบสิ้น
ความรักชะล้างกาย ดั่งพิ- รุณพรม
บัดนี้ดั่งหลุดดิ้น จากห้วง พันธนา
(Credit : ธวัชชัย)
*คำว่า "หื่น" ในโคลงใช้ตามคำภาษาโบราณที่แปลว่า สนุกสนาน ร่าเริง แต่คำว่า "หื่น" ในปัจจุบันมีความหมายเปลี่ยนไปแล้ว......
*************************************************************************************
รวมๆ มาจากที่ต่างๆ ที่เคยๆ เห็นมาน่ะครับ เอามาจากที่คิดเอง รวมไปถึงเพื่อนๆ ผมแต่งไว้น่ะครับ จริงๆ ยังมีอีกมากมาย แต่ว่าเอามาแค่นี้ก่อนดีกว่า เหอๆๆ ใครชอบอันไหน หรือว่ามีอันเด็ดๆ ก็เอามาฝากกันมั่งเน้อ
05 December กร๊ากกกก วิธีล้างเสน่ห์ !!!เนื่องจากช่วงนี้เวิ่นเว้อบางอย่าง เลยใช้ชื่อต่อท้ายในเอ็มว่า "เบื่อเรื่องรักๆ ใคร่ๆ แล้ว...พวกคุณๆ เลิกยุ่งกับผมซะทีได้ไหม ?...ผมขอร้อง ...นับแต่นี้จะหยุดจะพอแล้วจริงๆ ผมเหนื่อยแล้วจริงๆ"
แล้วทีนี้ก็มีเรื่องเกิดขึ้นเล็กน้อยครับพี่น้อง เมื่อเพื่อนคนนึงมาทักผมซะงั้น
************************************************
************************************************
นี่ล่ะครับ ............ นึกว่าจะเป็นเรื่องน่ากลัว ไปๆ มาๆ ฮาซะงั้นน่ะ..... ตลกจริงๆ เพื่อนกรูนี่
ขำๆ เลยว่ะ
ปล. ตอนนี้ลำบากใจกว่าเดิมเพราะยังอ่านหนังสือไม่จบอ่ะพี่น้อง ทำไงดี ? ปล2. กะว่าหลังวันที่ 20 ธค จะไปอยู่เชียงใหม่สักอาทิตย์ (ถ้ายังมีตั๋วเดินทางไปได้อ่ะนะ) ไปอยู่แก้เบื่อซะหน่อย ชีวิตมันน่าเบื่อจริง จริ๊งงงงง กรู ปล3. พูดถึงมนตร์ดำๆ ว่าไปแล้วก็อยากได้แจ๊คอ่ะ ตัวข้างล่างเนี่ย ใครก็ได้ซื้อให้ที จะขอบคุณมากมาย (น่ารักมากกก)
07 October ดีใจค้าบบบบ !!! เพื่อนผมได้งานทำ !!!ตอนนี้เป็นช่วงใกล้จบแล้ว บริษัทต่างๆ ก็วุ่นวายตามหาเด็กใหม่ไฟแรงก็ให้ควั่ก เพื่อนๆ ผมเขาก็ไปสมัครกัน แม้ว่าจะยังไม่จบก็ตาม
เพื่อนๆ หลายคนมีโอกาสได้ไปเข้าค่ายสมัครงานที่บริษัทต่างๆ ที่เขาจัดขึ้นไม่ว่าจะเป็นของ ดับเบิ้ลเอ หรือว่า ของ ปูนซีเมนต์ไทย (แต่ว่าผมมันไม่มีใครเอาอ่ะครับ ฮ่าฮ่า)
ทางดับเบิลเอ เพื่อนๆ ผมก็ไปเป็นก๊กเลยอ่ะ คงกะจะไปตั้ง "ดับเบิ้ล เอ สาขาการตลาด" กันแหงมแก๋ม เป็นแน่แท้
และก็มีบางส่วนได้ไปของ ปูนซีเมนต์ไทย ที่ถูกเรียกตัวไปก็มี จัย เปี๊ยะ และก็โอ (เท่าที่รู้ตอนนี้นะครับ)
แบบว่าผมก็สมัครอ่ะครับ แต่ว่าโง่อ่ะ เขาเลยไม่สนใจไม่ติดต่อเราอ่ะ ...... T_T
แต่ว่าจัยไม่ต้องไปเข้าค่ายเหมือนโอ กะ เปี๊ยะ เพราะว่าจัยเป็นด็กฝึกงานของที่นั่น เลยไม่ต้องเข้าค่าย เรียกไปสัมภาษณ์งานเลย
และแล้วความวุ่นวายก็บังเกิดครับพี่น้อง !!!
เพราะว่าเขาเรียกให้ไปสัมภาษณ์วันที่ 6 ตุลานี้ แต่ว่าเขาโทรมาหาจัยวันที่ 3 ตุลา ซึ่งตอนนั้นจัยเพิ่งจะได้เหยียบผืนแผ่นดินสุรินทร์เองอ่ะ
เอกสารก็วุ่นวาย ไม่มีอะไรสักอย่าง ต้องรีบโกลาหลเตรียมทู้กกกก อย่างงง ฮามากๆ เลยค้าบพี่น้อง
ไหนจะ Resume ไหนจะรูปถ่าย ไหนจะ Transcript ไหนจะกรอกข้อมูลประวัติ Who am I บ้าบอนั่นอีก ไหนจะเสื้อผ้าเข้าสัมภาษณ์ ไหนจะนู่น ไหนจะนี่ ไหนจะไหนๆๆๆ ฯลฯ
วุ่นวายใช้ได้เลยทีเดียว
ขั้นตอนทำ Resume ก็โกลาหลด้วยเหตุไม่ใช่เรื่องจริงๆ เลยนะพี่น้องพ่อแม่ทั่นผู้อ่าน
คือตอนแรกอ่ะ ผมก็ทำไว้ให้แล้ว อยู่ที่บ้าน แต่ว่าเอาเข้าจริงๆ ก็ต้องใช้เดี๋ยวนั้นอีก
ก็ต้องวุ่นวายหาร้านเน็ต แล้วเป็นบ้าอะไรไม่รู้ เด็กน้อย ม.6 เต็ม มข. เลย มะรุมมะตุ้มรุมรัก มข. กันเลยทำให้ไม่มีร้านเน็ตที่ไหนว่างเลยสักร้าน ไอ้เราก็เลยต้องตระเวนเป็นตำรวจชายแดนเลย หาที่ใช้คอม ที่ใช้เน็ต และแล้วก็ไปจุ้มปุ๊กที่ร้านน้อยๆ ร้านหนึ่งเข้าให้ ถึงได้ปั่น Resume อีกครั้ง
ครั้นจะพิมพ์ใหม่ก็วุ่นวาย เลยโทรไปหามิกกี้ (พอดีคืนที่ทำที่บ้านน่ะ มิกกี้ขอไฟล์ไปพอดีเป็น ตัวอย่าง) เพื่อให้มิกกี้ส่งไฟล์มาให้ (มิกกี้มีถิ่นพำนักถึงอุบล) แต่ว่ามิกกี้ก็บอกว่าอยู่ข้างนอก เวิ่นเว้ออยู่ ยังไมได้เข้าบ้านง่ายๆ .... เอาล่ะสิ ทำไงดีเรา ? จะพิมพ์ใหม่นี่ก็ไม่ง่ายนะคุณ
เลยโทรไปที่บ้านให้หม่อมแม่ส่งไฟล์มาให้ แม่เราก็สุดแสนจะไฮเทคจริงๆ เปิดเครื่องได้ก็เก่งแล้ว กว่าจะทำให้แม่ส่งไฟล์มาถึงเมล์เราได้เนี่ย แทบแย่.....
พอได้ไฟล์มา ก็ต้องไปทำรายงานส่วนอื่นๆ อีก สักพัก ปอเปี๊ยะก็เดินเข้ามา มาวุ่นวายด้วยกันสามคน มั่วเลยทีนี้ เพราะต้องกรอกเอกสารให้เปี๊ยะ ให้โอ ทำนู่นนี่อีกมากมายหลายอย่าง แต่ก็สนุกดีนะ ฮาดี
พอเตรียมทุกอย่างเสร็จ ก็เหลือการเตรียมตัวเสริมหล่อค้าบบบบพี่น้อง เรื่องแบบนี้ยอมกันได้ทีไหน ?
เลยพากันไปซื้อเสื้อผ้า แต่งองค์ทรงเครื่องให้หล่อเฉียบซะหน่อย เผื่อว่าคนสัมภาษณ์จะได้หลงเสน่ห์ ! ฮะฮาฮ่า
เลือกได้สักพัก ก็ได้เสื้อมาตัวนึงให้จัย สีออกส้มๆ โอโรสอ่ะ (ใจจริงอยากคว้าสีชมพูให้แทบแย่ อ่ะ ฮ่าฮ่า) แล้วก็ถือว่าเป็นการเสร็จสิ้นภารกิจอันวุ่นวาย
มาถึงวันที่สัมภาษณ์ จัยโทรมาบอกว่า ประหม่า ตื่นเต้ลลลลล ได้สัมภาษณ์เป็นคนสุดท้าย (ยิ่ง เค-รี-ยด ไปกันใหญ่)
คุยกันสักพัก ตระเตรียมกันใหญ่ครับพี่น้อง ว่าเขาจะถามอะไร ? เราจะต้องตอบยังไง อะไรเงี้ย ซ้อมๆไว้พวก
แต่พอเอาเข้าจริงๆ ก็รู้สึกว่าจะทำได้ดีนะ เพราะหลังจากนั้นประมาณ 2 ชม จัยก็โทรมาอีกแล้วบอกกับผมว่า
"พร้อมจะแสดงความยินดีกับพนักงานใหม่รึยัง ? "
โอ............. พระเจ้า ดีจริงๆ เลยอ่ะ เพื่อนผมได้งานแล้วค้าบพี่น้อง เพื่อนผมมันได้งานแล้ววววว !!!!
ต่อไปก็คิวของปอเปี๊ยะกับโอล่ะทีนี้
(ส่วนของผม ไม่รู้เลยว่าจะเมื่อไหร่ เพราะคงไม่มีใครอยากได้ควายไปทำงาน T_T)
26 September สอบเสร็จแล้ว รู้สึกเหงาเลย...เซ็งข้อสอบด้วย !วันนี้สอบเสร็จแล้ว ตัวสุดท้ายของเทอมนี้ ใกล้จบแล้วเรา
วันนี้สอบวิชา service marketing แบบว่าเซ็งอาจารย์มากๆ ออกข้อสอบเป็นไทยคำฝรั่งคำ แล้วถามก็ถามแบบ งง ๆ ว่าจะเอาไรกันแน่ เพราะการถามแบบครึ่งๆ กลางๆ แบบนั้นน่ะ มันเข้าใจโจทย์ยากว่าต้องการอะไรกันแน่ ถามแต่ละอย่าง จนเรางงอ่ะ ว่าเอ๊ะ นี่คำถามหรือประโยคบอกเล่า เพราะอาจารย์ดันเอาประโยคบอกเล่ามาเฉยเลย
โจทย์นะถามว่า
"Assignment trainer or instructor for train"
งงเลยสิเรา ว่า "อ้าว แล้วไง ? แล้วมันจะเอาไรอ่ะ ? กริยาของคำถามยังไม่มีเลยอ่ะ แล้ว 'จารย์จะเอาไรเนี่ย ?"
ถ้าอยากจะถามจริงๆ น่าจะถามว่า
"Assign trainer or instructor for training"
ไม่ใช่อะไรหรอก มันงง ว่าจะเอาอะไรกับเรา แล้วอีกอย่างอ่ะนะ เวลาสอนก็สอนไทยคำ ฝรั่งคำ พูดอะไรก็ไม่รู้ พูดอยู่ได้คำว่า "Unexpecting" เอ่ออคือว่าบนโลกนี้มันมีที่ไหน คำๆ นี้ ??????? มันเป็นคำว่า "Unexpected" ไม่ใช่เหรอ ?
หนำซ้ำ ยังเอาชีทมาสอนเป็น Eng อีก โอ้ยยยย ผมเป็นคนไทยนะคร้าบบบบ เรียนการตลาดด้วย ไม่ได้เรียนเอกeng จะมาอะไรนักหนา แล้วที่หนักเลยคือ ครูมนต์สิทธิ์ คำสร้อย (พอดีอาจารย์ท่าทางเหมือนๆ น่ะ เลยขอเรียกงี้ละกันนะ) เองก็อ่านไม่ออก ไม่ได้แปลมาจากบ้าน ก็มาให้เราแปลให้ พอนศ. ไม่แปลก็บอกว่า "อ้าว พวกเธอไปอเมริกากันมาไม่ใช่เหรอ ? ทำไมศัพท์ง่ายๆ แปลไม่ออก"
แล้ววันนี้น่ะนะ ยังหาญกล้าเอาข้อสอบ case study เป็นอังกฤษล้วนๆ อีก พอ นศ ถามว่าต้องตอบเป็นไทยหรืออังกฤษ แกก็ตอบมาเฉยอ่ะว่า "ฮ่วย ถ้าตอบเป็นอังกฤษแล้วใครจะอ่านออก"
ตึ๊งงงง !!!!!! โอ้ยยย กูเซ็งงงง แล้ว อาจารย์ จะออกมาทำลิงอะไร ข้อสอบeng น่ะ ??????
ก๊าซซซซซซซซซซซซ !!!! (เสียงพ่นไฟ)
พอๆ บ่นแค่นี้ล่ะ นินทาอาจารย์มากๆ ไม่ดี วันละนิดล่ะหน่อยก็พอ ฮ่าฮ่า
แล้วก็นะ วันนี้เจ้าหน้าที่คุมสอบเฮี้ยบมากเลยอ่ะ ทำไมน่อออออออ ทำเอากระดุกกระดิกไม่ได้
อ้ออ แล้วแอร์ในห้องสอบเป็นไรไม่รู้ ไม่ยอมเปิด หายใจไม่ออกเลยอ่ะ ทรมานมากๆ ทำไม่รู้เรื่องเพราะหายใจไม่ออกนี่ล่ะ (เหอๆ ไม่ยอมโทษว่าตัวเองโง่เอง)
พอวันนี้ทำข้อสอบเสร็จ ก็ออกมารอเพื่อนๆ เฮ้ออออ จะจบเทอมแรกแล้วเหรอ ? ใกล้จบแล้วนี่หว่า เฮ้อออออ เศร้าเลยอ่ะ อะไรที่จะได้เจอ ก็จะไม่ได้เจอไปอีกนานเลย
นานจริงๆ กว่าจะเจอก็นู่นนนนล่ะ พฤศจิกายน นู่นล่ะ เง่ออออออ ทำไงดีล่ะทีนี้ ?????
เอาน่า ช่วงนี้ก็เบี่ยงตัวออกจากความคิดนั้นๆ โดยการไปเที่ยวดีก่า~~~~! เหอๆๆๆ เที่ยวๆ ไปวันๆ ก็นี่ล่ะชีวิตไอ้เบิดมันล่ะ !
ว่าแต่ว่ามีใครจะไปเที่ยวกับผมมั่ง ? 22 September ไปสอบ TOEIC มาอ่ะ รู้สึกว่าตัวเองโง่มากมายเมื่อวันที่ 19 กย ที่ผ่านมา ด้วยความหาญกล้าไม่เจียมตัว ได้ลง กทม ไปสอบ TOEIC (TOEIC - Test of English for International Communication)
ด้วยคิดว่าตนเองก็แน่ eng เหมือนกันละวะ และไหนๆ ก็ต้องใช้สมัครงานไม่ช้าก็เร็ว ก็ไปสอบๆ ให้มันเสร็จๆ ไปเหอะ เอาให้พอผ่านก็ได้วะ
ก่อนหน้าที่จะไปสอบ ก็มียุ้ยกะลูกปลาไปสอบก่อนแล้ว ยุ้ยได้มาเห็นว่า 480 ส่วนลูกปลาซัลโวไป 710 จาก 990 อืมมม เยอะเนอะ !
วันไปสอบ ก็มีเพื่อนๆ ไปกันหลายคนอ่ะนะ แต่ว่าเขาล่วงหน้าไปก่อนเราหมดแล้ว มีแค่เราคนเดียวที่ตามไปทีหลัง เพราะว่าไม่อยากไปค้างที่นั่น (แม้ว่าซะโอบอกว่าให้ไปค้างด้วยก็เหอะ แต่เราก็ต้องอยู่ทำธุระที่ขอนแก่นด้วยอ่ะ)
วันที่เดินทางก็แบบว่าง่วงนอนมากๆ เพราะว่าปกติเป็นคนที่นอนเช้าไง ไม่ตีห้า นอนไม่หลับ แต่ว่าวันนี้มันพิเศษหน่อย เลยต้องนอนเร็ว ก็เลยนอนหัวค่ำหน่อย นอนตั้งกะเที่ยงคืน
ปรากฎว่าตอนตีสองครึ่งดันตื่นขึ้นมาซะงั้นอ่ะ .... หิวข้าวอ่ะ..... ทำไงได้ ก็เลยลุกมาทำกับข้าวกิน กินไม่กินเปล่านะ ยังดูหนังด้วย สรุปเลยได้นอนอีกที ตีห้าครึ่ง กว่าจะหลับก็นู่นเลย หกโมง
อาป๊าก็มาปลุกตอนเจ็ดโมง ! สรุป เราได้นอนแค่ 3.5 ชมเองเหรอเนี่ย ? ง่วงเลยเรา
รีบมากวันนั้น ตาลีตาเหลือกไปขึ้นเครื่อง ลากสังขารอันงงงงวย งงโลก ไปขึ้นรถ ไปสนามบิน รีบจนลืมเอาโน้ตบุ๊คมาให้ตู่ซะงั้นน่ะ (ขอโต๊ดดดดด ก๊าบบบบ)
พอเครื่องแลนดิ้งที่ดอนเมืองปุ๊บ เปิดเครื่องปั๊บ ยังไม่ได้ออกจากเครื่องบินเลย เปี๊ยะ ก็โทรมาซะละ ยังไม่พ้นหน้าแอร์โฮสเตสเล้ยยย โทรมาเร่งจริงคุณนาย
ก็เลยต้องนั่งแท็กซี่ด้วยความงง (เพราะง่วงนอน) ไปBTS เพื่อที่จะไปหาเพื่อนๆ ที่สะพานควาย พอไปถึงสถานีสะพานควายปุ๊บ ก็เดินลง ต๊อกๆๆๆ ลงมา ไปหาเพื่อนๆ ด้วยความงงงวย งงโลก งุนงง ง่วงนอน (อ่านแล้วงงลายตาป่ะ ?) เลยเดินตกขี้ตมเลยซะงั้นเรา ! T_T
แล้วก็ลากสังขารต่อ เดินไปหาพวกเปี๊ยะให้ได้ เดินไปไกลพอควร พอไปถึง ทุกคนก็กินข้าวเสร็จแล้ว แล้วก็กลับกัน (!!!!) ซะงั้นน่ะ ???? แล้วกูเดินมาทำไมเนี่ย ตั้งไกล !!!???
ก็ต้องนั่ง BTS ไปลงสถานีไหนวะ ? ซักแห่งอ่ะ เพื่อที่จะไปตึก BB ที่เป็นศูนย์สอบ พอลงจากสถานี BTS ก็ต้องเลือกว่าจะนั่งมอไซค์ไปต่อ หรือ แท็กซี่ แต่คุณรู้ไหม ว่าเพื่อนๆ ผมเขาเลือกอะไรตอนแรก !!! เขาเลือก "เดิน" กัน !!!!
ตกลงกันพักใหญ่ ก็ลงเอยด้วยการนั่งแท็กซี่ (ขอบคุณสวรรค์ ที่ผมไม่ต้องเดิน) และแล้วก็ไปถึงซะทีที่หมาย "ตีก BB" แล้วก็ถ่อสังขารไปที่ชั้น 19 เพื่อไปลงทะเบียนสอบ เจ้าหน้าที่นัดเราตั้งกะ 12.00 น โอเค ตอนนี้ 11.30 เอง ทันๆ ก็เลยไปลงทะเบียน ลงเสร็จปุ๊บ เจ๊ก็บอกว่า "เสร็จแล้วค่ะ เวลาที่เหลือก็ไปนั่งเล่นได้ที่ 'ร้านนั้น' ที่ชั้น 1 นะคะ เป็นร้านของ TOEIC เองค่ะ"
อ๋อ สรุปแล้วพวกมึงให้กูแหกขี้ตาตื่นมาเนี่ย เพื่อมานั่ง 'ร้านนั้น' ของมึงเหรอ ? เชี่ยยยยยยยยยยย กูง่วงนะโว้ยยย
แต่ก็เอาน่ะ หิวนี่นะ ตั้งกะเช้าไม่ได้กินอะไรเลย มีแค่แซนวิชเย็นๆ ของการบินไทย รักคุณเท่าฟ้า เท่านั้นอ่ะ
พอใกล้บ่ายโมงเวลาสอบ ก็ถ่อลากสังขารอันง่วงนอน ตะกายเข้าลิฟท์แล้วกดเลข 19 อีกครั้ง
แล้วก็เข้าสอบครับทีนี้
การสอบแบ่งเป็นสองส่วน Listening (ลิสซึ่นแล้วก็นิ่งเลยอ่ะ) กับ Reading
สอบฟังก่อนตอนแรก เจ้าหน้าที่คุมสอบก็ดี๊ดีหรอก เป็นกระเทยที่น่ารำคาญมาก ไม่ได้เกลียดกระเทยหรอกนะ แต่ว่าคนนี้ไม่ไหวว่ะ แม่ง อะไรไม่รู้กระแดะอ่ะ น่ารำคาญเสียงมันจริงๆ (รึเราหงุดหงิดเพราะง่วงกันแน่นะ ? แต่ก็ไม่ใช่เราคนเดียวนี่นา ที่รำคาญ)
กว่าจะสอบได้ แม่กระเทยคนนี้ก็พล่ามมมม กฎต่างๆ มากกก มายยยย ซะเหลือเกิน กูยิ่งหงุดหงิดง่วงๆ อยู่ เดี๋ยวพ่อถีบตกตึกชั้น 19 ซะหรอก บักผีปอบนี่ !
พอสอบน่ะเหรอ ? ส่วนแรก ที่ฟัง แรกๆ ก็ได้หรอก ง่ายๆ พอสู้ไหว ไปได้ๆ หลังๆ เริ่ม งง ตอนแรกก็เข้าใจว่ามันถามอะไร แต่พอมันอ่านตัวเลือกเสร็จก็จะมีคำถามในสมองเลยว่า "อ้าว แล้วเมื่อกี๊มันถามว่าไงนะ ?" โอ้ยย แย่แล้วกู ! แล้วก็คิดๆ ไปว่า เอ๊ะ ! นี่มันเกือบบ่ายสองแล้วเหรอ ? โอ้ยย ถ้าเป็นปกตินะ เราต้องนอนอยู่บนเตียงนุ่มๆ เป็นคุณชายที่บ้านสิวะ แล้วนี่อะไร ? ไหงกูมาอยู่ในห้องสี่เหลี่ยม ที่มียัยกระเทยน่ารำคาญนี่ได้ไงวะเนี่ย ? อ้าววววว เฮ้ยย กูมัวแค่คิดเชี่ยไรอยู่วะ ? แล้วตกลงเมื่อกี๊มันพูดอะไรไปอ่ะ ไม่ได้ฟังเลยยยย T_T แล้วก็ผ่านไปการสอบ Listening....
พอเริ่มสอบ Reading ยัยนั่น (พี่กระเทยน่ะละ) ก็จีบปากจีบคอว่า "คุณเวลา75นาทีในการทำข้อสอบทั้งหมด100ข้อที่เหลือ ขอให้ใช้เวลาอย่างคุ้มค่า" แล้วก็พูดภาษาอังกฤษแบบปวดกบาลกูต่อ
พอทำ Reading น่ะเหรอ ? ยากครับ กว่าเดิมอีก รู้สึกเจ็บที่หัวเลยอ่ะ เขางอกอ่ะครับ จริงๆ มันก็ทำได้นะ แต่ว่าไปๆ มาๆ เริ่มอีกละ เริ่มงง ง่วง ง่วงงงงงมากกกก แล้วก็อ่านไม่รู้เรื่อง มีแต่ภาพเตียงลอยไปมาในหัว งงจริงๆ เลย มันอะไรกันเนี่ยกู ? เดิมทีก็รู้สึกโง่จาก Listening แล้ว นี่เจอ Reading ซ้ำเติมอีก โหห "
ทำไปสักพักใหญ่ๆ เอาอีกแล้ว ยัยเจ๊กระเทยนั่นก็จีบปากพูดอีกแล้ว
"เหลือเวลา 30 นาที" โอ้ยยย อะไรเนี่ยยยย กูยังทำไม่เสร็จอีกตั้งเยอะเหรอเนี่ย ?
"เหลือเวลา 10 นาที" หา ???? อะไรนะ ไหงเร็วงี้เนี่ยยย
"เหลือเวลา 5 นาที" โอ้ยยย อีผีปอบ มึงจะพูดหาสวรรค์วิมานเหี้ยห่าหอกอะไรของมึง กูเครียดนะว้อยยยยยย
"เหลือเวลา 1 นาที" อีเปรตวัดสุทัศน์ ! ถ้ามึงไม่พูดมึงจะตายมั้ย ? (อ้าวว กูทำเสร็จแล้วนี่หว่า !)
สรุปก็ทำเสร็จ แต่ว่างงโลกมาก รู้สึกว่าทำไม่ได้เลย โง่จริงๆ เลยเรา เพื่อนๆ ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวว่า "ลูกปลานี่เจ๋งจริงๆ" ทุกคนทำไม่ได้เลยอ่ะครับ
เฮ้อออ ง่วงก็ง่วง จะสลบแล้ว แล้วก็ต้องรีบกลับอีก เดี๋ยวตกเครื่อง
แต่ปรากฏว่าหิวอีกแล้วครับพี่น้อง เลยต้องแวะสยาม ไปหาตกถึงท้องซะหน่อย เปี๊ยะลากเข้าร้านอะไรสักอย่างที่มีแต่เส้นๆ อ่ะ (บ้านนอกครับพี่น้องผมไม่รู้จักหรอกร้านรวงอะไรแถวนั้น)
กินเสร็จก็ต้องรีบกลับ ขนาดจะเอาซีดี จากเพื่อนยังต้องฝากตู่เลยอ่ะ
พอกลับมา ก็รอผล เพราะว่าผลจะทราบเช้าวันที่ 20 แล้วจะส่งไปรษณีย์มา จะมาถึงบ้าน 21
แต่ว่า 20 กย ดันมีการปฏิรูปการปกครอง (ตามคำพูดของคณะปฏิรูปน่ะนะ) เลยทำให้ผลมาถึงช้า 1 วัน
วันนี้ครับพี่น้องผมรู้ผลแล้วว่าได้ TOEIC เท่าไหร่
ก่อนอื่นไปดูของประชาชนคนอื่นที่สอบกันดีกว่าว่าได้เท่าไหร่
ยุ้ย 480
ลูกปลา 710
ปอเปี๊ยะ 650
เจี๊ยบ 535
ฝ้าย 750
ตุ๊ดตู่ 690
แตงโม 5ร้อยนิดๆๆ (เจ้าตัวขอเซ็นเซอร์คะแนน)
อืมมมนี่เหรอ ? บอกว่าทำไม่ได้ ทำไม่ได้กัน แล้วไหงคะแนนมันโด่งกันงั้นวะ ?
ส่วนผมก็ได้ 730 ............. อืมมม ยืนยันอีกทีนะ ว่าผมทำไม่ได้จริงๆ ! ให้ดิ้นตาย
21 March ในที่สุดSpaceเราก็มีเพลงตะลึงตึงตึง คลิกมาฟังสิหลังจากที่ปล่อยให้เงียบเหงาไปนาน
Space เราก็มีเสียงเพลงตะลึงตึง ตึงซะที 31 January และแล้ว งานละครคณะก็ผ่านพ้นไปและแล้วก็ผ่านพ้นไปด้วยดี กับงานละครคณะ Ma-Na-Ge-Ment#8 "สัตยาธิษฐาน"
เฮ้อออ กับช่วงเวลาที่เหน็ดเหนื่อย แต่ก็สนุก ได้เห็นได้รู้อะไรมากขึ้น ได้รู้จักคนมากขึ้นได้มีรุ่นพี่รุ่นน้องและเพื่อนมากขึ้น....ดีจังแฮะ
ตอนรอบ 3 ได้พาซะโอไปดูด้วย ฮามากๆ เรื่องตลกดี
ตอนรอบ 6 ก้องก็ไปดูกะเพื่อนๆ สนุกมั้ยก้อง ? (อ้อ HBD 30 มค. นะ! )
ตอนรอบ 8 พานอตไปดูด้วย (ขอบคุณมากๆ นะปั้นที่ไปส่งนอตให้...บ้านนอตไกลมั้ยล้า ?)
----
โดยรวมแล้วละครเรื่องนี้ก็ให้เรารู้อะไรมากมายทั้งนอกเรื่องและในเรื่อง ให้ประสบการณ์ ให้อะไรมากจริงๆนะ
ดีใจจังที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของละคร...แม้ว่าจะเป็นส่วนเล็กๆ ก็ตาม ชักอยากจะย้อนเวลากลับไปได้อย่าง เจ้าตั๊บ นำพลซะแล้วสิ จะได้ไปทำงานนี้อีกรอบ ... สนุกจริงๆ นะ
ขอบคุณพี่เอกที่ให้โอกาสเราทำงานตรงนี้ ขอบคุณพลอยที่ให้ความไว้วางใจ ขอบคุณขวัญสำหรับมากมายหลายอย่าง ขอบคุณขิมที่ร่วมๆ กันทำงาน ขอบคุณยุ้ยที่ลำบากเป็นเลขา ขอบคุณลูกปลาที่ยอมให้แซวเพื่อคลายเครียดนะ ขอบคุณน้องแพรว น้องปรัช น้องตั้ม น้องแคร์ พี่ทอป ที่กินเค้กอย่างเอร็ดอร่อย ขอบคุณทุกๆๆๆๆคน ที่ไม่ได้กล่าวถึง เพราะว่าเดี๋ยวคนอ่านจะขี้เกียจอ่านน่ะ
สุดท้ายคือขอบคุณ...... นะ (คงรู้ตัวนะ) For being my soul and driving my life on 21 December ประชาชนชาว 611 ฟังทางนี้ เอาที่นี่เป็นที่สิงสถิตชั่วคราวนะเนื่องจากว่าหายนะมาเยือนเกสบุค เราเลยต้องการหลุมหลบภัยชั่วคราว ดังนั้น ตามที่แอบศรีแนะนำ (มั่วนิ่มเอา ) งั้นเราก้อมาพึ่งพาที่นี่ก่อนนะ 14 December อืมมม หนาวแย้ววว ขอนแก่นหนาวซะที ขอนแก่น บรื๊ออออ
วันนี้สอบมาล่ะ (13 ธค 48) แบบว่า ทำไม่ได้ ฮาโคตร แบบว่าสติหลุดไปแล้วอ่ะ ช่างแม่ง วะ ชีวิตกูไมได้อยู่แค่นี้ซะหน่อย ฮ่าฮ่า, ใช่มะ โอ ?
ตอนนี้เบื่อจัง เป็นห่วงจิงจี๊ง อยากบอกนะว่า บาปนา~ ทำคนกังวลนี่
เอ้อ มะกี๊เพิ่งมาอ่านข้อความที่ซะโอทิ้งไว้ให้อ่ะ แบบว่า ชอบมากๆ เรื่องดวงอ่ะ ชอบๆๆๆๆๆ จิงๆ นะ (อยากไปดูไก่นอ้ยด้วยอยู่นะ แต่ว่ามะว่างอ่ะ) 13 November คุณเชื่อเรื่องหมอดูมั้ย ?เอ้อ นะ จะว่าไงดีล่ะ ? คุณเชื่อเรื่องหมอดูม้า ? มีเรื่องจะเล่าให้ฟังอ่ะแบบว่าถ้าเป็นคุณคุณจะเชื่อหมอดูไหม ? หากว่ามีหมอดูมาทำนายดวงชะตาคุณอย่างงั้นอย่างงี้ ว่าจะเป็นอย่างงั้นอย่างงี้ แต่พอถึงช่วงเวลาที่หมอดูทักน่ะสิ เรื่องต่างๆ กลับไม่เห็นมีอะไรจะเกิดขึ้นเล้ย !!!
แต่ว่านะ สำหรับผมอ่ะ ไม่ได้มีแค่หมอดูคนเดียวน่ะสิ ที่ทักอย่างงี้ อย่างน้อยก็สองคนแล้ว แต่ว่านะ ไม่เห็นจะมีอะไรเลยจริงๆ (แต่คุณคิดไหมว่ามันแปลกนะ ที่หมอดูสองคนจะดูอะไรที่เหมือนกันทุกอย่าง ทั้งๆ ที่คนนึงดูลายมือ แต่อืกคนดูเวลาตกฟาก+วันเกิด) ทั้งสองก็ทายเหมือนกันทุกอย่าง ว่าชีวตผมจะเป็นอย่างงั้นอย่างงี้ โดยคนแรกคือหมอดูที่ดูเวลาเกิดน่ะ เขาบอกว่าจะเจอเหตุการณ์ A ในช่วงปลาย ตค ถึง ต้นๆ พย แต่ว่าพอเอาเข้าจริงๆ ไอ้เหตุการณ์ A ที่รอคอยก็ไม่ยักกะโผล่มา
แต่ว่าวันนี้นี่สิ ไปนั่งเล่นดีๆ ก็โดนหมอดูคนนึง (ที่ทู้กกกคนว่าแม่นมากกกก อย่างน้อยก็แม่ผมนี่ล่ะ เพราะว่าแม่รู้จัก) มาดูลายมือ แล้วก็บอกว่า "อืมม ตอนนี้ชีวิตเรา กำลังมี เหตุการณ์ A นะ ชัดเจนมากๆ เลยล่ะ " เอาล่ะสิผม ! ไม่เห็นว่ามันจะมีอะไรเกิดขึ้นเล้ยยย จริงจริ๊ง ! ให้ตายเถอะ
เป็นคุณล่ะ ? จะเชื่อมะ หมอดูอ่ะ ? |
|
|